Member Info
Introduction

Blog Archive

บล็อคอัพเดทล่าสุด

เริ่มต้นอังกฤษ อย่างไรดี ?

เริ่มต้นอังกฤษ อย่างไรดี ?

ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมานี้ ประเทศไทยได้มีชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวและมาทำงานในประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเดินไปไหนในกรุงเทพฯ จะเห็นชาวต่างชาติตลอด ไม่ว่าจะเป็น BTS MRT ในห้าง โรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งป้ายรถเมล์ ซึ่งสะท้อนได้เห็นว่า “ภาษาอังกฤษ” นับวันยิ่งมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นและใกล้ตัวเรามากยิ่งขึ้น วันนี้ทาง Nursejob ได้มีโอกาสพิเศษในการเข้า สัมภาษณ์อาจารย์ประจำสถาบันจุฬาติวเตอร์ สถาบันสอน TOEIC ชั้นนำของไทย เกี่ยวกับ ” ข้อสอบ TOEIC กับการทำงานเกี่ยวข้องกันอย่างไร? ” ที่จะช่วยไขข้อสงสัยให้กับหลายๆ คนที่ว่า หากต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษสำหรับทำงาน ควรเริ่มต้นจากตรงไหนดี ? ทาง Nursejob จะขอเสนอว่าควรเริ่มต้นด้วยการสอบ TOEIC ส่วนทำไมถึงควรเริ่มต้นด้วย TOEIC เราลองไปฟังคำตอบจากผู้รู้กัน

Q. ก่อนอื่นเลยต้องขอถามอาจารย์ก่อนนะคะว่า ชีวิตการทำงานในแต่ละวัน ภาษาอังกฤษที่เราใช้ส่วนมากจะเกี่ยวกับอะไรบ้างคะ

อันนี้จะขึ้นอยู่กับลักษณะของบริษัทด้วยนะคะ ถ้าเราทำงานในบริษัทของคนไทย ที่มีเจ้านายและเพื่อนร่วมงานเป็นคนไทย แต่มีการ import ของจากต่างประเทศ ก็จะต้องใช้ภาษาอังกฤษในการเขียนอีเมล์ติดต่อ การสั่งซื้อสินค้า การชี้แจงรายละเอียดสินค้า การเจรจาต่อรอง หรือถ้ามีลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ ก็จะมีเรื่องเทคนิคการใช้คำพูดในการนำเสนอสินค้าเพิ่มมาด้วย

แต่ถ้าได้ทำงานกับบริษัทต่างชาติเลย มีเจ้านายและเพื่อนร่วมงานเป็นชาวต่างชาติ เราก็ต้องฝึกทักษะในการสื่อสารในชีวิตประจำวันด้วย ตั้งแต่การทักทาย การคุย small talk การสรุปเนื้อหาการประชุม รวมไปถึงการเขียนรายงานผลการดำเนินงาน ซึ่งภาษาที่ใช้ก็จะเป็นทางการมากกว่าการเขียนอีเมล์ติดต่อ นอกจากนี้ยังต้องฝึกเรื่องการเรียบเรียงเรื่องราวให้เข้าใจง่ายๆ ด้วย

Q. แล้วมีความเหมือนหรือความต่างอย่างไรบ้างคะ กับ ข้อสอบ TOEIC

ถ้าจะพูดถึงความเหมือนก็คือ เนื้อหาใน TOEIC จะครอบคลุมภาษาในการทำงานกว้างๆ ไม่ได้เจาะจงไปที่ธุรกิจใดโดยเฉพาะ เป็นการทดสอบความเข้าใจในภาษา โดยใช้ tool ที่พบเจอในการทำงานอย่างอีเมล์ จดหมาย การคุยโทรศัพท์ สิ่งที่ TOEIC ไม่สามารถครอบคลุมได้ คือศัพท์เฉพาะในแต่ละธุรกิจที่ต้องไปเรียนรู้ตอนที่ทำงานแล้ว ต้องอาศัยประสบการณ์และเวลา เพราะฉะนั้น ถ้าเข้าไปทำงานแล้วเกิดเจอศัพท์แปลกก็ไม่ต้องตกใจนะจ๊ะ ใช้ซ้ำๆ บ่อยๆ ก็จะคล่องไปเอง

Q. แล้วภาษาอังกฤษในการทำงาน ที่เป็นปัญหาของคนไทย ส่วนมากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรคะ

มีสามเรื่องหลักที่จะเป็นอุปสรรคด่านแรกๆ ของคนไทยในการใช้ภาษาอังกฤษ คือ หนึ่ง พยายามคิดหาศัพท์ยากๆ ทั้งๆ ที่จริงแล้วศัพท์ง่ายๆ นี่แหละค่ะ ที่จะสื่อสารได้ดีที่สุด สอง สร้างประโยคซับซ้อน เพราะอิงจากโครงสร้างประโยคของภาษาไทย ทำให้ตัวเองสับสนเอง ใช้ประโยคง่ายๆ อย่าง ประธาน + กริยา + กรรม นี่แหละดีที่สุดแล้วจ้า

เรื่องที่สาม คือ ความเขินอาย ทำให้ประหม่า ไม่กล้าพูด จากประสบการณ์ครูนะคะ ภาษามันเป็นเรื่องการสั่งสมประสบการณ์ ฝรั่งเขาใช้ภาษาของเขามานาน ใช้ทุกๆ วัน เขาก็ต้องเก่งกว่าเรา เป็นเรื่องธรรมดา เพราะฉะนั้นครูว่าเขาคาดหวังความมุ่งมั่นและความพยายามจากเรามากกว่าภาษาที่เพอร์เฟกต์ค่ะ

Q. แล้วใน ข้อสอบ TOEIC มีกับดักโจทย์เรื่องนี้ไหมคะ

ศัพท์ใน ข้อสอบ TOEIC จะเป็นศัพท์ง่ายๆ ในการทำงานนะคะ ไม่เหมือนศัพท์ยากขนาดข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย บางคนอาจจะท่องศัพท์ไปผิดกลุ่ม ก็จะพลาดตรงนี้ไป และถ้าใครลงสอบประเภทเขียนกับพูดด้วย ก็อย่าเข้าใจผิดว่าต้องใช้ประโยคซับซ้อน เพราะเขาจะสนใจว่าเราคุยกับเขารู้เรื่องหรือเปล่า ตอบคำถามตรงไหม

Q. ทำไมเห็นบางคนสอบ TOEIC ได้คะแนนมาก แต่กลับไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้คะ

การทำข้อสอบ TOEIC เป็นการใช้ภาษาอังกฤษในสภาวะแวดล้อมที่มีการควบคุม คือนั่งอยู่ในห้องสอบ มีช้อยส์ให้เลือก มีตัวอย่างข้อสอบให้ลองทำ มีประโยคเบสิคที่สามารถท่องไปสอบเขียนหรือพูด แต่ในการทำงานจริง สภาพแวดล้อมมันต่างกันโดยสิ้นเชิง มันมีเรื่องความกดดัน คุณภาพของงาน เวลาที่เร่งรีบ ความเครียด เมื่อเจอสถานการณ์ใหม่ก็ไม่รู้จะตอบสนองอย่างไร อย่าว่าแต่ภาษาอังกฤษเลยค่ะ แม้แต่ภาษาไทย บางคนก็มีปัญหา

ลองนึกภาพดูนะคะว่า การพูดคุยกับเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานในบริบทปกติ คุยเล่นเฉยๆ มันไม่เหมือนกับ การเจรจาต่อรองทางธุรกิจ หรือการโต้แย้งกับหัวหน้า มันไม่ใช่แค่เรื่องวงศัพท์หรือแกรมม่าปึ้กแล้วล่ะคะ มันเป็นเทคนิคในการสื่อสาร การเลือกคำ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์

Q. อาจารย์มีอะไรอยากฝากถึงคนที่กำลังพัฒนาภาษาอังกฤษในการทำงาน

ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครนะคะ โดยเฉพาะฝรั่งหรือคนจบเมืองนอก ชั่วโมงการบินมันไม่เท่ากันค่ะ ความมั่นใจและกล้าลอง พร้อมที่จะผิดพลาดนี่เป็นเคล็ดลับที่สำคัญที่สุดเลย เราถึงเห็นคนขับวินมอเตอร์ไซค์ หรือคนขับแท็กซี่ที่เขาหัดภาษาอังกฤษเอง เขาก็สื่อสารได้ ใช้ทำมาหากินได้

สั้นๆ ค่ะ จำไว้นะคะว่า ภาษาอังกฤษเราไม่ต้องดีเท่าใคร เอาให้เรามั่นใจก็พอค่ะ

สุดท้ายนี้ สำหรับคนที่กำลังพัฒนาภาษาอังกฤษ ซื้อหนังสือมาหลายๆ เล่มที่การันตีว่าจะสามารถทำให้พัฒนาได้ในเวลาอันรวดเร็ว ครูว่ามันเป็นไปไม่ได้นะคะ เพราะอย่างที่บอกคือต้องอาศัยเวลา เพราะฉะนั้น ก่อนเริ่มทำงาน ก็เผื่อเวลาให้ตัวเองพัฒนาเยอะๆ หน่อย และแทนที่จะเหวี่ยงแหไปกว้างๆ ก็ใช้ข้อสอบ TOEIC เป็นแนวทางก็ได้ค่ะ ลองทำข้อสอบดูว่าเราอยู่ระดับไหน และจุดอ่อนของเราคือเรื่องอะไร แล้วค่อยนำไป ต่อยอด อีกอย่าง ข้อสอบ TOEIC ยังเป็นที่ยอมรับจากบริษัททั่วโลกด้วย

เครดิต http://nursejob.in.th/blog/2015/10/how-to-start-study-english/

แหล่งข้อมูลอื่นๆ สำหรับ TOEIC

http://nursejob.in.th/blog/2015/10/how-to-start-study-english/

toeicเคล็ดลับเพิ่มคะแนน TOEIC Listening

ติวสอบTOEICเน้นเทคนิคล้วนๆ_5

TOEIC | เรียน toeic รับรองผล

TOEIC “ภาษาอังกฤษ กับ การเข้าสู่ AEC”

Top 5 Tips TOEIC Listening

TOEIC | วิเคราะห์ข้อสอบ TOEIC เรื่องการใช้ in spite of กับ despite

วิเคราะห์ข้อสอบ toeic การใช้ few กับ little

วิเคราะห์ข้อสอบ TOEIC การใช้ Almost กับ mostly

TOEIC | วิเคราะห์ข้อสอบ TOEIC เรื่อง Pronoun เจ้าปัญหา

TOEIC | วิเคราะห์ข้อสอบ TOEIC การใช้ who กับ whom

TOEIC | วิเคราะห์ข้อสอบ TOEIC เรื่อง Adverb

TOEIC | วิเคราะห์ข้อสอบ TOEIC เรื่อง have someone do something

TOEIC การใช้ other , some , any

เก็งข้อสอบ พิชิต TOEIC ฉบับเจาะลึก..เข้าใจง่าย 4

Posted : Jan 27, 2016 , 23:03:02 PM     View : 1326