Community Zone
All about Working Holiday in NZ
โดย : zgamez   (1 May 2011) จำนวนผู้เข้าชม 35373 คน

zgamez : ขอกล่าวบทนำนิดนึงครับ รู้สีกขอบคุณเจ้าของบทความมากๆเลย :)

Thaiwahclub เองเปิดให้ใช้งานมาได้ 2 ปีกว่าๆ จะว่าเร็วก็เร็วนะครับเผลอแปบเดียวผ่านไป 2 ปีแล้ว

ในช่วง 2 ปีมานี้ผมและเพื่อนๆ พยายามจะให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ แต่มีสิ่งนึงที่ติดค้างในใจมาตลอดคือว่าผมเองไม่ค่อยมีข้อมูลของ New Zealand ให้อ่านกันบ้างเลย
จริงๆแล้วมีเพื่อนๆหลายคนเหมือนกันที่ยินดีจะมาช่วยแชร์ข้อมูลตรงนี้ให้ แต่เนื่องด้วยจากติดภารกิจต่างๆจึงไม่ได้มาเขียนกันสักที

วันนี้ผมได้รับข่าวดีจากคุณ Rayya @ Napier (นามแฝง - ชื่อแกดูแรงเพราะช่วงนี้ละครกำลังดัง แต่ตัวจริงแกออกจะแสนดีมากๆครับ ตอนผมไป ชม.ก็ช่วยเทคแคร์ไว้เยอะ) มาช่วยเขียนคำแนะนำที่น่าจะเป็นเหมือน Handbook ให้กับคนที่กำลังคิดจะไป New Zealand ได้เลยครับ

ผมเองนอกจากเรื่องความมีน้ำใจที่คุณ Rayya @ Napier มีให้แล้ว อีกอย่างที่ชื่นชมตั้งแต่ตอนเจอแกที่ไทยคือเรื่องการที่แกเป็นคนที่หาข้อมูลเยอะมาก เตรียมพร้อมมากๆ

ไม่แปลกใจเลยที่จะเขียนแนะนำได้ดีขนาดนี้ ขอขอบคุณอีกทีครับ

Handbook นี้น่าจะเหมาะกับหลายๆคนที่มีงบจำกัดเพราะละเอียดและมีขั้นตอนต่างๆมากมายเริ่มตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง การเตรียมตัว ของที่ต้องเตรียมไป จำนวนเงินที่ต้องเตรียมไป ตลอดจนสิ่งที่ต้องทำเมื่อไปถึง การหางาน และข้อคิดดีๆอีกมากมาย

ไม่พูดเกริ่นเยอะแล้วดีกว่า ลองอ่านกันเลยครับผม :)


เตรียมตัว Working Holiday Visa New Zealand (สำหรับผู้ที่มีงบน้อยและไม่รู้จักใครอย่างเรา ผู้ที่ล่ำซำกรุณาข้ามไปค่ะ)

อันดับแรกศึกษาข้อมูล
หาข้อมูลให้พร้อมก่อนเดินทาง

- เป้าหมาย คิดให้ได้ก่อนว่าอยากมาเมืองไหน มาทำอะไร ไปเกาะเหนือหรือเกาะใต้ ควรจะมีแพลนในใจอย่างน้อยที่สุด 3-4 เดือนแรกก่อน(นี่คือเหตุผลว่าทำไม สท. ถึงให้เขียน)จะลงเครื่องที่ไหน เพราะทุกวินาทีคือ ค่าใช้จ่าย ไม่มีคำว่าตายเอาดาบหน้านะคะ (ยกเว้นว่าจะพกเงินมาเป็นแสนๆ อันนั้นก็แล้วไปหรือพ่อแม่ส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือนหรือมีเพื่อนมีญาติอยู่ที่นิวซีแลนด์อยู่แล้วและพร้อมที่จะดูแลคุณ)
- ที่ซุกหัวนอน ดูที่พักด้วยว่าจะไปพักที่ไหน เมลล์ถามข้อมูลจาก I-site เค้าจะมี e-mail ของเมืองต่าง อยากไปเมืองไหนบ้าง ที่พัก Backpacker จะมีประเภทห้อง Shared dorm, female shared room, Twin, Single……. ราคาก็แตกต่างออกไป ดูว่าคืนเท่าไหร่ ถามเค้าว่า Week Rate ไหร่ถ้านอก Auckland ส่วนมากแล้วจะเป็นบ้านฝรั่งชั้นเดียว น่ารักดี มีห้องนั่งเล่นดูทีวี ห้องครัว สวน (บางที่มีสระว่ายน้ำ) ดูรายละเอียดได้ที่ BBH.co.nzเราสามารถติดต่อเจ้าของ BBH ได้

รายละเอียดที่ควรถามเจ้าของBBH : ค่าห้อง เท่าไหร่ ค่าอินเตอร์เน็ตเท่าไหร่ เข้าไปในเมืองเดินไปกี่นาที มี supermarket อะไรบ้าง (ใกล้PAKnSAVE จะดีมาก)ห่างจาก Backpacker ของเค้ากี่กิโลเมตร (ถามไปเลยค่ะว่ากี่กิโล บางทีบอกเดิน 5 นาที 5 นาทีของฝรั่งกะคนไทยไม่เหมือนกันนะคะอย่าชะล่าใจ)งานที่เมืองของเค้าช่วง peak ที่ต้องการคนทำงานเริ่มเดือนไหน งานหมดเดือนไหน ทาง Backpacker หางานให้หรือเปล่า ถ้าไม่จะหางานยังไงได้มั่ง งานส่วนมากเป็นยังไง ทำในสวนหรือว่าในโรงงาน ไปทำงานได้ยังไง จำเป็นต้องมีรถมั้ย ถ้าไม่มีรถยนต์จะไปทำงานได้ยังไง (ที่นี่ไม่มี Mio , Honda Click นะคะ)เมลไปถามหลายๆที่ ดูว่าคำตอบแต่ละที่เป็นไง หลังจากนั้นใช้วิจารณญาณเอาเอง ศึกษา Seasonal work ได้จาก www.picknz.co.nz ดูว่างานมีเมื่อไหร่ ช่วงไหน Internet ใช้ให้เป็นประโยชน์ search Google อยากรู้อะไร พิมพ์หาข้อมูลไว้เพราะเน็ตที่นิวซีแลนด์ แพงมากๆชั่วโมงละ 2-5 NZD ต้องรีบใช้ให้คุ้มทุกนาที Google Mapอันนี้มีประโยชน์มากๆค่ะ เข้าไปดูว่า Backpackerเราอยู่ตรงจุดไหน แล้วหาเส้นทางไปที่ I-site ของเมืองนั้นๆ จะเห็นว่าระยะทางห่างกันกี่เมตร เราสามารถเข้าไปดูมุมมองถนนได้ว่าแถวนั้นเป็นยังไง ไม่ถึงกับว่าต้องติดกับ I site หาที่ใกล้ๆ PAKnSAVEดีกว่าค่ะ แบบว่าเดินไปได้ เผื่อจะซื้อของกินก็สะดวก จะเดินไปเมื่อไหร่ก็ได้ เรื่องกินสำคัญที่สุด

สรุปลิงค์สำคัญๆ
www.picknz.co.nz
http://www.bbh.co.nz/
http://www.newzealand.com/travel/i-sites/i-sites_home.cfm


ก่อนจะเดินทาง
เรียนทำอาหารใครที่ทำไม่เป็นเลยทำได้แต่ลวกโจ๊กกะมาม่า(พอครบปีไปเมืองไทย เพื่อนนึกว่าแอบไปทำคีโมที่นิวซีแลนด์มาพอดี) แล้วก็ไข่เจียว ถ้าคิดจะทำอาหารเองกรุณาเรียนมาก่อนนะคะ อาหารไทย ญี่ปุ่น ยุโรป เรียนที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน สารพัดช่าง ก็สอนดีเหมือนกันไม่ต้องไปเรียนขนาด le Cordon Bleu แต่ถ้ามีตังค์ก็ไม่ว่ากัน หรือช่วยพ่อแม่ทำกับข้าว ไปจ่ายตลาดบ้าง เราต้องรูวิธีเลือกวัตถุดิบด้วย เตรียมวัตถุดิบว่าเตรียมยังไง เก็บรักษายังไง และรู้ราคาพื้นฐานว่าอะไรเท่าไหร่ เราจะได้ตัดสินใจซื้อถูก ของที่ชอบที่ชอบ ก็ทำให้เป็น เพราะอยู่นี่ต้องทำกินเองจะซื้อกินทุกมื้อก็แพงมาก อย่าคิดว่าไปกะเพื่อนเพื่อนทำเป็นแล้วจะให้เค้าทำให้กินได้ตลอดชีพ ถ้าเกิดวันไหนดังแล้วแยกวงละคะ มีวิชาอาคมเป็นของตัวเองดีที่สุดโลโบ ไม่ใช่ว่าชงใส่น้ำแล้วกินได้เลย เราต้องรู้วิธีเตรียมของด้วย รู้ว่าใช้ไฟอ่อนหรือแรงตอนไหน ใส่อะไรเมื่อไหร่ก่อน หลัง แต่ถ้าใครลิ้นจระเข้กินไรก็ได้ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียน แต่สำหรับคนที่เรื่องกินสำคัญ อย่าคิดว่าเสียเวลาที่จะต้องไปเรียนไปศึกษา ทำกินเองวันละ 3 มื้อนะคะ เมื่อมาอยู่ที่นี่แล้วรู้เลยว่าที่เรียนมาไม่เสียเวลาเลยคนเราไม่ได้รู้ทุกเรื่อง บางคนนะคะขนาดเป็นคุณป้า 40 กว่ายังมาเรียนเลย บางทีก็มี Trick บางอย่างที่เราไม่รู้บางที่ก็ไม่มีหม้อหุงข้าวอาจใช้ Microwave หรือว่าหุงบนเตา


อีกอย่างเราได้ใบประกาศอาจจะเป็นใบเบิกทางหลายๆอย่าง ที่นี่มีร้านซูชิเยอะมาก ถ้าเรียนอาหารญี่ปุ่นมาอาจจะมีประโยชน์นะมีเวลาว่างพยามยามเรียนมาให้มากที่สุดค่ะ ถ้ามาที่นี่แล้วหาเรียนไม่ได้หรอก ใครจะรู้ว่าวันนึงเราอาจจะได้ใช้ก็ได้
เวลาอยู่ Backpacker เปิดตู้เย็นดู ดูว่าเพื่อนกินอะไร ซื้อยี่ห้อ อะไรกัน ถามไปเลยค่ะว่ากี่เหรียญ ซื้อที่ไหนมา ของกินที่นี่อะไรที่มียี่ห้อ Pam’s เลือกยี่ห้อนี้ค่ะ ไม่แพง คุณภาพ รสชาติดีทีเดียว มีพริก กระเทียมสับด้วย ไม่ต้องซื้อของสดก็ได้แพงเกินอะไรที่กินไม่หมดก็ใส่ถุงแช่ตู้เย็น อีกวันก็เอามาเวฟกินต่อ ข้าวก็หุงทีเดียวกินได้หลายๆวันใส่ Tupperware แช่เย็นไว้


ของที่ชอบที่ชอบก็หาภาษาอังกฤษมาด้วย เผื่อหาอะไรใน supermarket ไม่เจอก็ถามพนักงานเอา ดีกว่าหาเอง คนที่Napier น่ารักมาก service minded จริงๆ
ภาษาควรอยู่ในระดับที่สื่อสารได้ดีประมาณหนึ่ง เพราะไม่รู้จะพูดไทยกะใคร


จองตั๋วครื่องบิน+ที่พัก
ได้เมืองที่จะไปแล้วก็เช็คตั๋วเครื่องบินแล้วก็ดูตั๋วรถว่ามีเวลาไหนบ้าง รถออกกี่โมง ไปถึงเมืองที่เราจะไปกี่โมง ขึ้นรถตรงไหน รถจอดตรงไหน ไม่แนะนำให้ขึ้นรถไปเมืองอื่นหลังจากที่ลงเครื่องแล้วเพราะ flight ยาว บางทีอาจจะ Jet-lag ได้ (สำหรับผู้ที่ไม่เคยนั่ง flight ยาวๆ ข้อควรระวัง-อย่ากินอาหารเช้าที่เสิร์ฟก่อนเครื่องจะลงเยอะ เพราะตอนเครื่องลงเวียนหัวมากอาจอาเจียนได้ + ถ้าเป็นไปได้อย่าลุกไปไหน แม้ว่ากัปตันจะปลดสัญญาณรัดเข็มขัดออกแล้ว ก็ควรรัดเข็มขัดไว้ เพราะเครื่องบินอาจจะตกหลุมอากาศอย่างแรงได้ทุกเวลา มันแรงจริงๆ ตอนแรกนึกว่าเครื่องตกแล้วอ่ะ รัดเข็มขัดดีที่สุด) ควรพักผ่อนอย่างน้อย 1 วันก่อนขึ้นรถไปเมืองอื่น หลังจากซื้อตัวเครื่องบินแล้ว ก็ซื้อตั๋วรถ ส่วนมากคนที่นี่จะขึ้น Intercitycoachlineกะ Naked Bus ยิ่งซื้อล่วงหน้ายิ่งถูก แต่ถ้าไม่ซื้อล่วงหน้าตั๋วจะแพงมากประมาณ 50-60-70 NZD เลยทีเดียว ฝรั่งเค้าจะซื้อล่วงหน้านานๆกันบางคนซื้อได้แค่ 1 NZD เท่านั้นหากนั่งรถไปต่างเมืองก็ทำ Sandwich ไว้กินระหว่างทางเวลารถจอดพักระหว่างทาง ห้ามกินบนรถนะคะ


การแพคกระเป๋า เตรียมของต่างๆ


เงินควรหาแลก NZD มาไว้เลย ไม่แนะนำให้เอา USD มาแลกเป็น NZD เพราะ Rate น้อยเสียค่า อัตรา Exchange หลายต่อ Traveller’schequeเห็นที่แบงค์มีแต่ Traveller’scheque USD ไม่ต้องแลกมา เงินสดอย่าพกมาเยอะ พกมาแค่ซัก 600-1000 เหรียญก็พอให้พอใช้ไปซัก สามอาทิตย์ถึงหนึ่งเดือน(ค่าใช้จ่ายที่พัก + ค่าอาหาร 1 อาทิตย์ ก็ประมาณ 200 NZD/weekแต่ week แรกอาจจะเสียค่าใช้จ่ายเยอะนิดนึงเพราะเราต้องซื้ออาหาร เครื่องปรุงต่างๆ) ถ้าหายแล้วจะเสียใจ เอาบัตร ATM มากดที่เมืองนอกเอาดีกว่าเสียค่ากดครั้งละ100 บาทหรือแลกที่ สนามบินสุวรรณภูมิ รู้สึกว่า Rate แพงกว่าธนาคารนิดนึง ไม่แน่ใจ เห็นเพื่อนแลก หลังจากที่หางานได้และทำงานแล้ว เจ้านายเค้าจะไม่จ่ายทันทีนะคะ เค้าจะจ่ายอาทิตย์ถัดไป ต้องดูว่าเค้าเอาเงินเข้าธนาคารวันไหนน่ะค่ะ


ใครไม่มีบัตรเครดิต ไม่ต้องกังวล ให้ไปทำบัตร Be1st ที่ธนาคารกรุงเทพ บอกพนักงานว่าต้องการ Verify Visa ใช้ซื้อของทาง Internet พนักงานก็จะบอกวิธีว่าทำยังไง ++ควรทำบัตรนี้ล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 เดือน ใครอยากได้บัตรนี้ ไปทำได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ลองซื้อของใน Internet ดูว่าการ์ดเราจะผ่านมั้ย ถ้ามีปัญหาจะได้แก้ไขได้ ++ และกว่าทางธนาคารจะส่ง Verified code มาทางจดหมายก็รอเป็นเดือน เปิด Internet Ibankingเช็คดูรายละเอียดการใช้จ่ายผ่านบัตร เผื่อใช้ซื้อตั๋วรถทาง Internet (ธนาคารกสิกรก็มีบัตรแบบนี้เหมือนกัน Exchange Rate กสิกรค่อนข้างดีทีเดียวแล้วแต่ความสะดวก ธนาคารอื่นอาจจะมีก็ลองถามดูนะ)
อยาก Save Costควรจะเตรียมอาหารการกินไปพอกินได้ซัก สองอาทิตย์ ถึงหนึ่งเดือน ขนมาแค่พอเอามาไหว อย่าขนมาทั้งบ้าน

ของที่ควรแพกมาด้วย
-ยาประจำตัว พารา แก้ไข้ แก้หวัด แก้ไอ………………….
-เสื้อกันฝน เตรียมมาซักตัวนึงนะคะ เลือกแบบเบาๆคุณภาพดีนิดนึง ที่นี่บางทีก็ฝนตกทั้งลมทั้งฝน หนาวมาก
-เสื้อกันหนาว เลือกแบบกันลมมานะคะ ซักตัวนึงก็พอ ถ้ากันน้ำด้วยจะดีมากที่นี่ลมแรงมาก หรือถ้าใครอยากมาซื้อที่นี่ก็มีขายค่ะ ถ้ามีแบรนด์ก็แพงนิดนึง ถ้าไม่อะไรมากก็ซื้อร้านมือสองก็ได้ค่ะ เสื้อแขนยาว คอเต่า ไว้ใส่เล่นก็ซื้อมาจากบ้านเรามั่งก็ได้ แล้วค่อยมาซื้อเพิ่มทีหลังเมื่อมีตัง
-มาม่า ยี่ห้อ มาม่า ไวไว ยำยำ ต้มยำกุ้งน้ำข้น ผัดฉ่า ผัดขี้เมา หมูมะนาว หมูน้ำตก ที่นี่ไม่เคยเห็นค่ะเห็นที่ร้านขายของไทยแพงมากมีแต่ “มาม่า” ต้มยำกุ้ง ซองเกือบ 1 nzdที่ Napier PAKnSaveมีแต่ ยำยำ หมูสับ ต้มยำกุ้ง เป็ดพะโล้ จบข่าวซองละ 48 centมีบะหมี่อินโด เกาหลีก็มีขาย
-โจ๊ก เอามาเลยค่ะ ช่วยชีวิตได้เยอะเลย โจ๊กคัพแบบที่เป็นซองน่ะค่ะก็ช่วยชีวิตมาได้หลายทีละ
-Notebook, Netbook แบตเตอรี่ควรจะยังอยู่ในสภาพดี เก็บประจุไฟได้อยู่ เผื่อไปเจอบางที่มี Free Wifiก็แอบไปเล่นได้ McDonald ทุกสาขามี free Wifiชาร์ตแบตไปให้เต็มแล้วไปนั่งเล่นใกล้ๆ Mc หรือซื้อเบอร์เกอร์กินซักอัน แล้วนั่งยาวเลย ราคาก็ไม่แพงมาก ที่ Auckland จะมีร้านเน็ตอยู่ชั่วโมงละ 2-3 nzdแต่บางร้านเค้าก็จะมี wifiให้ใช้ เราก็ไปนั่งกินร้านเค้าแล้วก็ได้ใช้เน็ตคิดไปแล้วไปร้านที่เค้ามี wifiให้ใช้ดีกว่าอย่างน้อยเราก็ได้ทานอาหาร คิดหักลบค่าเน็ตแล้วก็ยังคุ้มแถมไม่มีใครมาตัดเน็ตเรา ใช้นานเค้าก็ไม่ว่าเคยไปเล่นเน็ตที่ร้านแขกพอครบชั่วโมง ตัดเน็ตเราเลย
-มือถือ ควรใช้ Smart phone Connect Internet ผ่านมือถือเรา(ในกรณีที่ซื้อ Mobile Internetเน็ตเร็วพอสมควร )เอาที่เราพิมSMS สะดวก ที่นี่เค้า TEXT กัน เพราะโทรแพงมาก promotion TEXT คุ้มมากๆ แล้วลองดูนะว่าถ้าเราใส่ถุงมือตลอดแล้วใช้มือถือจะสะดวกมั้ย(พึ่งเข้าใจว่าทำไมฝรั่งชอบใช้ BB กัน)ที่นี่อุ่นแค่ 3 เดือน นอกนั้นหนาวตลอด
-เสื่อผ้าใครที่แนวเกาหลี ฮาราจูกุ แฟชั่นจ๋า ชอบสีสันสดใส ก็ขนมาเท่าที่จะขนได้ ถ้าอยู่นอก Auckland แล้วก็คงหายาก มีแต่เสื้อผ้าเชยๆ แพงด้วย ตัวละ 20-30Nzd up แต่การตัดเย็บฝีมือต่ำกว่าราคาที่ขาย ถ้าตัวที่สวยจริงๆแพงมาก คิดถึงแพตตินั่มมากๆ แต่แบบที่สวยๆก็มี ราคาแพงน่าดู หรือซื้อที่ร้านมือสองก็ได้ บางตัวใหม่แกะกล่อง เป็นเสื้อผ้าตกรุ่น ต้องเลือกดูดีๆแต่ก็ไม่สวยงามถูกใจเท่าไหร่
-รองเท้าแตะ ไว้ใส่อาบน้ำเอามาซักคู่นึง ค่อยมาซื้อเพิ่ม มีขายเยอะแยะ
-รองเท้าส้นสูงแฟชั่น ใครขาดไม่ได้ก็กรุณาเอามาเองค่ะ เลือกคู่ที่เบาๆ ใส่สบาย มาซักสองคู่พอ อยู่ที่นี่นานๆ ได้ใส่ทีเราก็ใส่ค่ะ เดินไปในเมืองเฉิดฉายสวยงาม แต่พอขากลับไม่ไหว ดีนะที่เอารองเท้าแตะไปด้วย เปลี่ยนรองเท้าด่วนเลยค่ะเดินทีนึงเป็นกิโล ที่นี่ส้นสูงสวยจริงๆก็แพงพอสมควรค่ะ อยากสวยเริ่ดเชิ่ดอย่างประหยัดก็เอามาเองค่ะ เอามาแบบว่าพอขนได้ อย่าเอามาทั้งตู้รองเท้า แต่รองเท้าบูทที่นี่สวยอยู่
-สบู่ แชมพู ยาสีฟัน แปรงฟัน ของใช้ส่วนตัว ก็เอามาแบบว่าใช้ได้ สองอาทิตย์ หรือซักเดือนก่อนค่อยมาซื้อทีหลัง
-ครีมทาหน้าก็ควรเตรียมมาด้วยกะใช้ได้ซักเดือน สองเดือน แต่ที่นี่ก็มี Lancome, Estee lauder, Clinique, Neutrogena, ROC, Nivea…..
-ช้อน ส้อม ตะเกียบ เอามาส่วนตัวซักชุดนึงก็พอ จริงๆที่ Backpacker ก็มีให้ก็สะอาด ใครกล้ากินช้อนรวม อันนี้ก็แล้วแต่ ขวดน้ำ ก็เอาติดมาซักขวดนึง เผื่อนังรถไปต่างเมือง
- Tupperware แนะนำให้ซื้อของ TOP’s คุณภาพดีทีเดียวพลาสติกเกรด A ที่ TOP’s supermarket ราคาถูกกว่ายี่ห้อ Lock เผื่อเราใช้ใส่ข้าวกินช่วงแรกๆ ใส่อาหารที่เราทำไว้ในตู้เย็น ข้าวกลางวันไปกิน เอามาซักสอง สามกล่อง ก็พอ
-ถุงผ้าใส่ของเอาติดมาด้วยซัก สอง ถุงเผื่อเราไปซื้อของ ออกไปในเมืองเอาใส่กระเป๋าติดไปด้วยตลอดเวลาPAKnSAVEถ้าเราไม่เอาถุงไปใส่เองเค้าจะคิดตังเพิ่ม
-สำเนาเอกสาร passport, สำเนา Visa, ใบขับขี่สากล, resume, เอกสารที่คิดว่าจำเป็น ต้องลองถามผู้รู้ท่านอื่นหรือถามพี่เกม [zgamez ; ไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็พกไปเถอะครบเอกสารพวกนี้ ถ้าจะให้ดีเอกสารสำคัญต่างๆทั้งที่แปลแล้ว และยังไม่แปลให้แสกนเก็บไว้ใน Flashdrive หรือ email ด้วยจะได้นำมาใช้ได้ตลอดตอนที่ต้องการ )เพราะเราไม่เคยใช้ไม่รู้จริงๆค่ะ, เอกสารอื่นๆ……ถ่ายมาพอหอมปากหอมคอค่ะ อย่าขนมาเป็นริม เวลาไปทำงานสวนบางที่เค้าก็ขอสำเนา passport + Visaเวลาเดินเข้าไปสมัครงานร้านฝรั่ง ญี่ปุ่นส่วนมากแล้วเค้าก็ขอ CV แทบทุกที่นะคะ ใจกล้าหน้าด้านเดินเข้าไปถามเลยนะคะ เค้าก็จะให้เขียนใบสมัครหรือทิ้ง CV ไว้
-Adapter ซื้อในห้างได้เลยมีของทุกชาติ [zgamez : ไปแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าห้างใหญ่ๆมีทุกที่ครับ ซื้อที่ไทยไม่แพงด้วย]
-กุญแจเล็ก ไว้ล็อคกระเป๋าเดินทาง ซื้อมาซักสองอัน เผื่อไว้เอาของมีค่า Notebook ใส่กระเป๋าแล้วก็ล็อคไว้ เราจะได้อุ่นใจ
-ถุงนอน ถ้าใครกลัวหนาวก็ติดมาด้วยก็ดี เพราะเคยพักที่ Auckland Q..S.. Backpacker มีแต่ผ้าห่มบางๆให้ ในห้องไม่มี Heater อากาศเย็นพอสมควร แนะนำให้ซื้อยี่ห้อ Deuterของเยอรมัน รุ่น 500 gram เล็ก เบา อุ่น ซื้อตอนลดราคาประมาณ 2000 THB น่ะค่ะ ถ้าใครมีงบเยอะก็ซื้อแบบอื่นก็ได้ มีหลากหลายราคา 5000-6000 THB ขนเป็ดอะไรก็มี
อาหารแห้งที่แพ็คอย่างดี package ดูน่าเชื่อถือ มาม่า น้ำพริกเผาแม่ประนอมแบบซอง น้ำพริกนรกน้ำพริกสวรรค์แบบซอง น้ำพริกตาแดงแม่ประนอมกระปุกซีลอย่างดี เข้าได้ไม่มีปัญหา พอมาถึงแล้วก็ declare เอาอันไหนเค้าไม่ให้เอาเข้าก็ทิ้ง ยกเว้นว่าอย่าเอาอะไรที่ผิดกฎหมายมาก็แล้วกัน


เมื่อเดินทางถึง Auckland และการเลือกที่พักชั่วคราว


การกรอกเอกสารที่จะใช้ผ่าน ตมเขียน address ลงไปว่าเราจะไปพัก Backpacker ไหน ควรจะเขียนนะคะ ไม่เขียนแล้วเค้าจะถาม เมื่อถึง AKL International Airportผ่านตม แล้วก็ declare อาหารเรียบร้อยแล้ว ออกมาจะมี I site มี BBH card ขาย 45 NZD แล้วเราสามารถใช้การ์ดนี้โทรกลับไทยได้ตั้ง 20 NZD นาทีละ 5 cent (โทรจากโทรศัพท์บ้านเท่านั้น Backpacker ในเครือ BBH มีทุกที่)เสร็จแล้วก็มาแวะที่ shop Vodafone คนนิยมใช้กัน ซื้อ sim card 30 NZD+เติมเงินอีก 20 NZD มี package โทรกลับไทย , text ใน New Zealand (ซื้อ package TEXT คุ้มมากๆ แนะนำอย่างแรงซื้อที่เป็นส่ง TEXT ได้ทุกเครื่อข่าย12 Nzd/month/ส่งได้ 2500 texts ), package Internet on Mobile เน็ตเร็วดี ลองถามคนขายดู promotion update เรื่อยๆ แล้วก็ออกมาขึ้นรถไปที่พักรถมี 2 แบบ supershuttleส่งถึงประตูเลยทีเดียว คนขับรถช่วยยกกระเป๋าด้วย ถ้าคนเดียวก็แพงหน่อยประมาณ 30 กว่าเหรียญ ถ้ามีถ้ามีเพื่อนไปด้วยก็ถูกลงไปอีก สองคนประมาณ 37 เหรียญ รถออกทุก 15 นาที ไม่ต้องจองล่วงหน้า ลงเครื่องแล้วไปถามเอาเลย ถามที่คนขับรถ ถ้าไม่พอใจราคา ก็เดินไปอีกนิดไปขึ้น Airbusexpressประมาณ 14 nzd/คน แต่ต้องโชว์ BBH card ถ้าไม่มี BBH card ก็ 16 nzdคนขับรถที่นี่นิสัยดี ใจดี มีมารยาทมากๆ
สรุปค่าใช้จ่ายเมื่อมาถึงสนามบินอันนี้เสียเงินแน่นอน
BBH card 45 NZD
VodafoneSim 30 NZD
Top up 20 NZD
ที่พักใน Auckland ราคาค่อนข้างแพงถ้าไม่คิดอะไรมาก นอนห้อง share ได้ก็นอนไป กระเป๋าก็ล็อคกุญแจไว้ ถ้าจะพักคืนสองคืนแนะนำให้ไปที่ Base (เคยไปพักที่ BaseTaupoเสียงเพลงดังมากเพราะมีผับในตึกเที่ยงคืนมีคนวิ่งหน้าห้อง ตะโกนเรียกกันรำคาญมาก), YHA, Nomad, SurfnSnow(เพื่อนญี่ปุ่นเคยไปพักบอกว่าดี)Q…. S….. Backpacker แห่งหนึ่งใน Auckland อยู่ใจกลางเมืองย่านธุรกิจราคาถูก(กว่าที่อื่น) มี 2-3-4 ชั้น โรงแรมอยู่ชั้นบน ไม่มี lift ค่ะ ต้องลากกระเป๋าชึ้นไปเอง โชคดีที่มีฝรั่งหน้าตาดี ใจดีด้วยผ่านมา เค้าก็เลยช่วยยกขึ้นไปให้ แต่ห้องครัว ห้องน้ำสะอาด แต่ห้องแคบมากๆ อยู่ในตึก อึดอัดและไม่มีโทรศัพท์บ้านให้ใช้ อยากใช้การ์ด BBH โทรกลับไทยมาก(นั่นแหละถูกและดีไม่มีในโลกจ้ะ)Backpackerตามเมืองอื่นโปร่งสบายรู้สึกชีวิตดีขึ้นอย่างแรง


การขอ IRD number


สามารถขอได้ก่อนที่จะมีหมายเลขบัญชีเอกสารที่ต้องใช้คือ สำเนา passport, สำเนาใบขับขี่สากล ถ่ายมาจากบ้านเราได้เลย (ดูรูปประกอบค่ะ) ถ้าไม่มีใบขับขี่สากลอาจจะใช้บัตรประชาชนรุ่นใหม่ได้ ไม่แน่ใจค่ะ เพราะไม่เคยใช้ เรื่องๆของเรื่องคือเค้าต้องการเอกสารอื่น บัตรอื่นที่มีรูปเรา มีรายละเอียดของ

ใบขับขี่สากลให้ถ่าย หน้าปก คู่กะหน้าที่มีรูปเรา+ ด้านใน ให้ถ่ายหน้าที่มีภาษาอังกฤษ แนวยาวคู่กะรูปเราแบบนี้นะคะ

แต่ต้องถ่ายเอกสารวีซ่าหลังจากที่ ตม ประทับตราเข้าประเทศแล้วเท่านั้น เค้าต้องการที่มีตราประทับเข้าประเทศด้วย
เราสามารถขอ IRD ก่อนเปิดบัญชีธนาคาร ได้ แต่เราจะต้องรู้แน่นอนว่าอีกสองอาทิตย์นั้น เราจะไปอยู่เมืองไหน เพราะเค้าจะส่งเอกสารมาให้ที่อยู่ที่เราแจ้งไว้ แต่เราสามารถได้ Number ภายในสองวัน ตอนส่งเอกสารให้เค้าก็บอกว่า “ต้องการด่วน” เจ้าหน้าที่ก็จะบอกว่าอีกสองวัน เค้าจะโทรมาแจ้ง Number แต่card อีกสองอาทิตย์จะส่งมาให้ เจ้าหน้าที่จะถามว่าทำไมถึงต้องการด่วน ก็บอกไป “ว่าจะเริ่มงานอาทิตย์หน้า” โม้ๆไปว่าที่ไหน สวนไหนประมาณนั้น แต่ถ้าใครไม่รีบก็ไม่ต้องบอกเค้าว่าต้องการด่วน อันนี้ก็แล้วแต่บางคนอาจจะอยากเที่ยวชิวๆๆไปก่อนแบบนี้เค้าส่ง IRD card มาให้เรา 5 วันหลังจากที่ทำเรื่องขอไป ไม่มีใครโทรมาบอก number ก็ยังงง อยู่แต่ว่าได้การ์ดเร็วมากก็โอเค


เปิดบัญชีธนาคาร


ใช้passport, ใบขับขี่สากล ตัวจริงเท่านั้น ถ้าไม่มีใบขับขี่สากลอาจจะใช้บัตรประชาชนรุ่นใหม่ได้ ไม่แน่ใจค่ะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที พนักงานที่นี่เก่งมากถามอะไรก็รู้ทุกอย่าง เรื่อง InternetBankingก็รู้ละเอียดไม่เหมือนพนักงานบางคน หลายคนเลยแหละที่……ถามเรื่อง InternetBanking บอกว่าไม่รู้ แนะนำให้เราโทรไปถาม Callcenterเอา
เราเปิดของ ASB เห็นเพื่อนที่ Backpacker เค้าเปิดที่นี่กันพนักงานจะแนะนำเรา ถามว่าเราต้องการยังไงแบบไหน ยังไง มีหลาย option มาก ตอนเปิดบัญชีไม่บังคับฝากเงินค่ะ ไม่ฝากก็ได้ ธนาคารอื่นไม่รู้ค่ะ ต้องรอผู้รู้มาตอบดู ANZ มีสาขาเยอะอ่ะค่ะ


บัตรโทรศัพท์โทรกลับไทย


บัตร Super Buzz Asia สามารถโทรกลับไทยโดยโทรผ่านมือถือระบบ Vodafoneได้โดยโทรไปที่ Toll Free Number สะดวกดี โทรเมื่อไหร่ ที่ไหนก็ได้


งานที่ Napier


ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือมาตอนช่วง Summer งานสวนเยอะมาก แล้วงานก็ไม่หนักเท่าไหร่ พอหมด Summer ก็สมัครโรงแพคแอปเปิ้ลช่วงต้นกุมภาพันธ์งานก็ยาวไปถึงพฤษภา มิถุนายน

อยากให้น้องๆมาช่วงที่ได้งาน ได้เงินจะได้เก็บไว้ใช้ช่วง winter หนาวมาก งานหายาก แต่ก็มีงาน winter pruning หนักมากๆ แค่ช่วงปลายเมษา-พฤษภาคมไม่มีงานเลย (อันนี้ข่าวกรองเลยนะคะจากผู้ที่อยู่ Napier มายี่สิบกว่าปีและฝรั่งที่นี่)อย่ามาช่วงนี้เด็ดขาด( ในความคิดของเราช่วงมีนา ก็ไม่น่ามาแล้ว มาแป็บเดียวงานก็หมด ต้องรอลุ้นงานที่ Ski resort ความหวังสุดท้าย )โรงแพคมีงานแพคแอปเปิ้ลถึงมิถุนาก็จริงแต่คนเก่าเค้ายังทำอยู่ แล้วงานก็เริ่มน้อยลง เค้าไม่ค่อยรับคนเพิ่มแล้ว waiting list ยังมีอีกยาวก่อนหน้าเรา บินช่วง Summer ดีที่สุด ขอขีดเส้นใต้เลยนะคะบินช้าที่สุด ควรจะมาถึงก่อนโรงแพคแอปเปิ้ลรับสมัครคนงานโรงแพคเริ่มรับสมัครคนประมาณมกรา-ต้นเดือนกุมภา เราสามารถไปสมัครเองที่โรงแพคก็ได้ Frist come First serve แต่ก็ไม่แน่นอนแล้วแต่ผลผลิตอีกที บางทีก็เปิด Season เร็วหรือช้าแล้วแต่ ถ้าจะมาพัก Backpacker แนะนำที่ Aqua Lodge Backpacker นะคะ เจ้าของ Mr. Tony ใจดีมาก หางานให้ เค้ากว้างขวางรู้จักเจ้าของสวน ถ้าได้งานจากเจ้าของสวนโดยตรง จะดีมากเราได้เต็มๆ Mr.Tonyเค้าไม่เอาค่าหัวคิวหรอกค่ะ แค่หางานให้เราเฉยๆ เจ้าของสวนมาขอคนจากเค้าตลอด เด็กในบ้านเค้าเยอะ เค้ายังรู้จัก Contractor ดีๆเยอะมาก งานโรงแพคก็มีเค้าก็หาให้แต่ต้องมาให้ถูกช่วงก่อนโรงแพคเริ่ม เค้าจัดการเรื่องรถรับส่งด้วย ถ้าเค้าหาคนแชร์ให้เราไม่ได้ เค้าก็จะไปส่งเรา พักที่นี่คนไม่มีรถยนต์หายห่วงได้เลย เค้าดูแลเด็กที่พักกะเค้าดีทีเดียว ที่นี่บริเวณกว้างขวางมาก ไม่อึดอัด มีบ้านอยู่สามหลังติดกัน แต่ถ้าอยู่ share room ( female share ก็มี )ก็ต้องทำใจหน่อยนะคะ ก็เป็นแบบนี้ทุกที่แหละ ทนๆไปก่อนshare roomก็ประมาณ 4-6คน (เจอเพื่อนญี่ปุ่นพักอยู่ที่อื่นไม่ใช่ aqua lodge นะคะ share ตั้ง 8 คน ห้องรวมอีกตังหาก ถามกันดีๆนะคะว่า maximum นี่อยู่ห้องละกี่คน)แต่ก็สนุกมีเพื่อนเยอะแยะ หลายชาติ ช่วงหน้างานคนพักที่นี่เกือบร้อย หลายคนอยู่ที่นี่ยาว บางคนอยู่มา 6-7 เดือนแล้ว เริ่มแรกถ้ายังไม่รู้จักใครก็มาพักที่นี่ พอปีกกล้าขาแข็งค่อยขยับขยายไปเช่าบ้านอยู่เอง อยู่ที่ Aqua lodge เจ้าของเค้าก็แนะนำ ช่วยเหลือเราทุกอย่าง อย่าไปเชื่อ Backpacker อื่นที่ชอบมาโพสว่ามีงานนั้นงานนี้ ถ้าขนาด Mr.Tonyหางานให้เราไม่ได้ที่อื่นก็หางานไม่ได้หรอกบางทีอาจจะมีงานเก็บ Apple แต่เค้าคิดเป็น Bin เราก็ไม่ทำเพราะทำไม่ไหวหรอกค่ะ ยิ่งมาช่วงเมษา งานเริ่มน้อย หางานสวนยาก บางวันก็ฝนตก อดทำงานจริงๆก็มีงานเก็บองุ่น แต่คนที่มาก่อนเราเค้าก็ยังทำอยู่ เรามาช้ากว่าเค้า เราก็อด


++PS. หาข้อมูลมาให้มากที่สุดอย่าไปเชื่อตามคนอื่น ตัดสินใจด้วยตัวเอง จัด trip ทำบุญก่อนมาเยอะๆนะคะ ถวายเพล ถวายสังฆทาน กันเข้าไป
พยายามใช้ save เงินที่แลกมาจากไทยให้น้อยที่สุด อย่าเพิ่งจ่ายอะไรมาก พอได้เงินที่นี่ค่อยใช้จ่ายเต็มที่ อยู่ที่นี่เวลาไม่มีเงินนี่คือแทบไม่มีอะไรจะกินนะคะ ไหนจะค่าที่พัก ไหนจะค่าอาหารอีก มันเป็นช่วงเวลาวิกฤติจริงๆ อยากให้น้องๆ WAH มาอยู่ให้ครบปีกัน ไม่บินกลับไปก่อน มาให้ถูกช่วงหน้างานจะได้มีเงินเก็บไว้เที่ยวกันแบบ working + holiday จริงไม่อยากให้น้องๆมาแล้วต้องอยู่อย่างลำบาก ไม่มีเงิน อดมื้อกินมื้อ วีซ่าทำงานได้ 3 เดือนนี่ก็หางานอื่นๆที่เป็นงานดีๆ เงินดี ยากเหมือนกันอยากให้ทำใจเอาไว้
ใครเดินทางคนเดียวไม่ต้องกลัวนะคะ ขอให้วางแผนการเดินทางให้ดี มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะไปเมืองไหน เตรียมข้อมูลให้พร้อมระวังและรู้จักเอาตัวรอดให้ดี
++++++++เตรียมตัวและข้อมูลให้พร้อม + มาให้ถูกเวลา++++++++++
++ ขอบคุณพี่เกฟ พี่เกมส์ น้องดาว และผู้ที่ช่วยมาตอบข้องสงสัยต่างใน Thaiwahclubถ้าไม่มีเวบนี้นี่แย่แน่เลย ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย ++
อยากให้เพื่อนๆที่อยู่เมืองอื่นมา share ข้อมูลเมืองอื่นบ้าง จะได้เป็นประโยชน์แก่น้องๆรุ่นต่อไปค่ะ
RayYa@Napier









03 No.
01 No.
ข้อมูลเป็นประโยชน์มาก เนื่องจากกำลังจะไปเรียนที่ Napier สิ้นเดือนนี้ ขอบคุณมากเลยนะคะ
reply    report
Notty Chan 02 No.
เคยไปอยู่เมืองนี้ค่ะ รักเมืองนี้มาก ๆ เลย ผู้คนใจดีน่ารักกันทั้งนั้นค่ะ
reply    report

Social Network


 
Advertrising