Community Zone
The girl in the Capital City of Kiwifruit - สัมภาษณ์น้องปลา Te Puke
โดย : zgamez   (3 December 2011) จำนวนผู้เข้าชม 6648 คน

สารภาพกันตามตรงว่าผมเองมีความรู้เกี่ยวกับเมือง Te Puke น้อยมากๆ ก่อนที่ทำการสัมภาษณ์น้องปลา หลังจากได้สัมภาษณ์ก็ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมและพบว่าเป็นเมืองนึงที่น่าสนใจใน New Zealand โดยเค้าก็ถูกขนานนามว่าเป็น Kiwifruit Capital City of The World เลยทีเดียว

สำหรับผุ้สนใจเมืองนี้เป็นพิเศษสามารถไปเยี่ยมเยียนเวปไซต์ของทางเมืองได้ที่ Te Puke Online ครับ :) ส่วนตอนนี้เราไปอ่านบทสัมภาษณ์น้องปลากับชีวีต 1 ปีใน New Zealand กันดีกว่า

สวัสดีครับ รบกวนแนะนำตัวเองกับเพื่อนๆ thaiwahclub นิดนึงครับ :)
เห็นว่าเข้าร่วมโครงการ WHS ในปี 2553 ก่อนหน้านั้นทำอะไรมาครับ แล้วอะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการครับ (ถามเยอะจัง)



ก่อนหน้านี้เป็น Software engineering ค่ะ เพิ่งทำได้แค่ 1 ปีกว่าเอง หลังจากที่เรียนจบมา ช่วงทำงานก็เครียดๆบ้างตามประสา แต่หลังๆรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วมันไม่ใช่อ่ะ เครียดเกิ๊นน ร้องไห้เลยบางวัน เลยคิดว่าลองหาอย่างอื่นทำดีกว่า แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรเลยเริ่มมองๆหาหนทางไปต่างประเทศค่ะ เริ่มแรกก็คิดว่าจะสมัครไปเรียนภาษาสัก 1 ปี ก็ลองค้นหาข้อมูลใน google ดู แล้วก็มาเจอโครงการ working holiday

ต้องบอกก่อนว่า ไม่เคยทราบว่ามีโครงการแบบนี้มาก่อนเลย หลังจากนั้นเริ่มอ่านข้ัอมมูลการรับสมัคร และเตรียมตัว โดยมีเวลาเตรียมตัวแค่ประมาณอาทิตย์เดียว โชคดีมากที่เค้ายังไม่ปิดรับสมัคร


ว่าแต่ทำไมถึงเลือกเมืองนี้ (Te Puke, New Zealand) เป็นเป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้ครับ


ต้องบอกก่อนเลยว่าไม่มีแพลนมา te puke เลย คิดไว่้แค่ไป auckland ก่อน แล้วหางานร้านอาหารไทย แต่ไปถึง 2-3 วัน รู้สึกว่าท่าทางจะหางานไม่ได้แฮะ

เลยคุยกับเพื่อนที่มาด้วยกัย โชคดีที่เพื่อนที่มาด้วยกันชื่อผึ้ง เค้าหาข้อมูลมาค่้อนข้างดี มีการ contact กับเจ้าของ backpacker ซึ่งเค้าจะหางานให้ด้วย เลย move กันเลย พอมาถึงประมาณ 1-2 วันก็ได้งานเลยเป็นงาน re-packing kiwi ที่ packhouse ตอนนั้นเป็นปลายๆ season แล้วได้ทำแค่ประมาณเดือนเดียว ก็ต้องออก ย้อนไปวันแรกๆที่ทำ ป่วยเลย หยุดงานไป 2-3 วันได้ เพราะว่าแพ้ขนกีวี่ หลังๆเลยใส่ mask ก็ดีขึ้น ตอนนั้นโชคดี supervisor ใจดี ทำงานไปคุยไป ต่อเพลงบ้าง อะไรบ้าง สนุกสนาน หนุ่มเยอรมันก็หล่อมาก (หัวเราะ)


เล่าเกี่ยวกับเมืองที่อยู่ให้เพื่อนๆฟังสักนิดได้มั้ยครับ?

เมือง Te Puke เป็นเมืองเล็กๆ ที่ไม่เงียบในช่วงนั้น เพราะเป็น kiwi season คนเลยเยอะเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอินเดีย พาลให้คิดว่านี่ชั้นอยู่ นิวเดลี รึป่าว ? แต่ถึงเมืองนี้จะเล็กก็ครบครันนะ มีร้่านขายของเอเชีย ธนาคาร ไปรษณีย์ ครบครัน ถ้่าอยากได้ความเป็นเมือง หรืออยาก shopping ก็ขับรถไปที่ Papamao หรือ Tuaranga หรือ mt.Munganui ซึ่งไม่ไกลจากเมือง Te Puke เท่าไหร่

อ้อ ถ้าคิดจะอยู่เมืองนี้แล้วหล่ะก็ ซื้อรถได้เลย เพราะงานที่เมืองนี้ก็ไม่พ้น packhouse กับ orchard ซึ้งต้องขับรถไปเอง

น้องปลาได้ลองทำงานอะไรมาบ้างครับที่เมืองๆนี้?

อย่างที่บอกไปแล้วว่าเริ่มงานแรกกับงาน re packing พอหมด season ก็ได้งานใน orchard โดยได้เบอร์ contactor มาจากเพื่อนๆที่ทำงานด้วยกันนี่แหละ วันแรกทำ thinning ซึ่งก็คิอการเด็ดลูก kiwi ที่รูปร่างหรือไซส์ไม่เข้าขนาดทิ้ง วันแรกนั้นเหนื่อยมาก ต้องทำเร็วๆและถูกต้อง เหนื่อยแบบ พอตอนเบรก ลงไปนอนกันกลางสวนเลย นอนแผ่เลย จนคนที่เค้าสอนงานให้สงสาร เป็นคนมาเลย์เค้าเลยให้เบอร์โรงงานหอยที่ Tuaranga มา ให้ลองไปติดต่อ แต่ว่างานโรงงานหอยนั้นได้ค่้อนข้างยากทีเดียว ตอนนั้นพวกเราก็ทนๆทำสวนไป จนเกิดความชินในที่สุด จนสุดท้ายก็มาได้งานโรงงานหอยด้วยแต่เป็น on call และเป็น night shift เลยทำสวนเสร็จไปทำโรงงานหอยต่อ และแล้วก็มีปัญหาเข้ามาท้าทาย เพราะ กีวี่โดนโรค ทุกสวนต้องหยุดหมดเพื่อตรวจสอบและหยุดการแพร่กระจายเชือโรค ช่วงนั้นไม่มีงานทำเลย พอดีมีเพือนอยู่ napier เค้าทำงานอยู่กับน้าคนไทย พวกเราก็ move ไป ไปได้แค่ 2 วัน 1 คืน บึ่งรถกลับ Te Puke เลย เพราะว่าไปลองทำงาน vineyard แล้วไม่ชอบเลย ตอนนั้นรู้สึก prunning นะไม่แน่ใจ ทำแค่ 2 ชม เอง แล้วก็ปรึกษากับเพื่อนว่าไม่ happy หวะ กลับ Te Puke เหอะ เลยขับรถกลับมากันเลย

แต่ยังโชคดี ยังมีงานที่โรงงานหอย พอค่าอยู่ค่าบ้าน พอสถานการณ์ดีขึ้นก็กลับมาทำงานสวน kiwi อีกที โดยเปลี่ยนเป็น prunning ซึ่งก็คือเอากรรไกรตัดๆกิ่ง kiwi แล้วดึงมันลงมา เหนื่อยม๊ากก ทำให้รู้เลยว่า thinning สบายแค่ไหน ก็ทำไปเรื่อยๆจนหมด season ประมาณต้นมีนาคม

ช่วงนั้นงานต่อไปคือ packhouse ค่ะ ก็ได้งานที่ travynlyn เป็น gradding งานสบายดีค่ะ นั่้งคัดๆ คุยได้ด้วย แหะๆ แต่เรื่องคุยได้หรือไม่นี่ขึ้นอยู่กับดวงว่าเจอ supervisor คนไหนด้วยนะ ก็ทำจนหมด season อีกนั่นแหละ ตอนนั้นเราทำ night shift 6 โมงถึง ตี 3 ครึ่ง หรือตี 3 นี่แหละไม่ค่อยแน่ใจ มันนานแล้ว -"-


ช่วงนั้นเราทำงานร้าน bakery ด้วย [งานนี้เพื่อนเราชื่้อ uri แนะนำเรามาอีกทีค่ะ :)]

เป็น part time พอทำงานที่โรงแพ๊คเสร็จเราก็มาต่องานนี้ ทำแค่ 3 ชม คือ ตี 4 ถึง 7 โมงค่ะ แล้วก็ไปนอน อ่อลืมบอก เราทำ sandwichค่ะ พอทำงาน pack จนหมด season ทีนี้ก็ว่างกันยาวเลย น่าจะเกือบ 2 เดือนได้นะ รองาน re-packing กัน ไม่เข้าใจเหมือนกัน สมัครไปหลายที่ แต่ไม่มีที่ไหนเรียกเลย เรายังโชคดีมีงานเบเกอรี่ตอนเช้าทำพอค่าบ้านค่ากิน สุดท้ายพวกเราก็ได้งานค่ะที่ east pack เราทำได้แค่ 1 วันเอง ไม่ชอบเลยที่นี่เฮี้ยบกว่าที่ก่อนๆที่เราเคยทำมาเยอะเลย แต่แล้วเราก็โชคดีอีก ไปคุยกับเจ้าของร้านเบเกอรี่ที่เราทำแหละ ว่าไม่ชอบเลย เหนื่อย เครียด เค้าเลยชวนเราไปทำกับเค้า full time เล่าก่อนว่า ตอนที่เราว่างงาน เค้าชวนเราไปทำ full time ด้วยนานแล้ว แต่ด้วยความที่เรากังวลกับภาษาของเรา และก็ขี้อายด้วย และชั่วโมงทำงานที่ค่อนข้างยาวคือ ตี4 ถึง 5 โมงเย็น ทำให้เราปฏิเสธมาโดยตลอด แต่สุดท้ายไม่อยากทำงานที่ east pack แล้วจริงๆเลย เอาวะ ลองดู ทำอาทิตย์แรก เออ สนุกดีแฺฮะ ไม่ได้ยาก หรือ น่ากลัวอย่างที่คิดเลย แหะๆ เลยทำมาเรื่อยๆค่ะ จนถึงตอนนี้ :]


ตอนนี้ที่เมืองนี้ประสบปัญหานะคะ เพราะว่า kiwi ติดโรค ทำให้คนไม่มีงานทำเยอะเลย ตอนนี้เมืองเลยค่อนข้างเงียบค่ะ ร้านเราก็พลอยเงียบไปด้วยเลยกลับมาทำแค่ตอนเช้าอย่างเดียวแล้ว ไงใครที่อยากมาเมืองนี้ ลองติดต่อพวกbackpacker เราว่าดีกว่านะ ลองหาข้อมูลได้ที่ harry berry ที่นี่ก็ได้ค่ะ และถ้าทำงานสวนได้ยิ่งดีเลยค่ะ จะหางานได้ง่ายหน่อย


แต่ตอนนี้ไม่สามารถพูดได้ว่ามาที่นี่จะมีงานทำค่ะ ติดต่อ backpacker เราว่าดีสุดนะคะ



ฟังดูได้ประสบการณ์ดีๆเยอะเลย ขอแอบถามเรื่องรายได้บ้างมั้ยครับหลายๆคนน่าจะอยากรู้ ?

ได้ค่ะ ช่วงมาแรกๆ นี่เงินเก็บไม่กระเตื้องเลย 2000$ นี่แบบหืดจับเลย เงินที่เอามาก็เหลือ 700$ เราเอามา 1700$ ค่ะ ตอนทำสวนได้ 13$/hr ค่ะ ทำประมาณ 8-9 ชม ค่ะ แต่ฝนมันตกบ่อยน่ะ บางทีตกเกือบทั้งอาทิตย์ก็จะไม่ได้ทำงานเลย
มาเก็บเงินได้เยอะหน่อยช่วงทำ pack house ค่ะ งานค่อนข้างต่อเนื่อง ถ้าจำไม่ผิด 14.5/hr นะคะ มันนานแล้ว หลงๆลืม (หัวเราะ) และที่เก็บได้เยอะๆก็ทำ bakeryนี่แหละค่ะ ด้วยชั่วโมงการทำงานยาวนาน (หัวเราะ) ได้วันละ 130$ ค่ะ ทำ 4-5 วันค่ะ และทำทุก week ไม่ต้องกังวลฟ้าฝนค่ะ

สรุปจากเราและเพื่อนๆนะคะ ทำสวนบ้าง pack house บ้าง มี job เสริมนิดๆหน่อย ใช้เงินแบบปกติ ไม่ได้ประหยัดอะไรมาก อยากกินอะไรก็กิน ก็ได้เงินเก็บกันประมาณ 10,000$ ใน 1 ปีค่ะ ไม่เยอะมากนักแต่ก็ไม่ขี้เหร่เนาะ (ยิ้ม)



อยู่เมืองนี้และประเทศนี้มาก็พักนึง มีประสบการณ์อะไรที่ประทับใจเป็นพิเศษบ้างจากการทำงานบ้างครับ และการใช้ชีวิตใน NZ ต่างจากเมืองไทยเยอะมั้ยในความรู้สึกเรา?

-ประทับใจที่ได้รู้จักเพื่อนๆ จากหลายประเทศเลย ได้เรียนภาษาโดยไม่ต้องไปเรียน ประหยัดเงินดี (ยิ้ม) การใช้ชีวิตที่นี่จะเรียบๆค่ะ 6 โมงเย็นเข้าบ้านนอนกันหมดแล้ว ผู้คนที่นี่ก็ค่อนข้างไว้ใจได้
เราทำกระเป๋าตังหายได้คืนด้วย ถ้าเป็นที่ไทยโอกาสน้อยนะ ที่นี่เราสามารถไปทำงานตอนตี4 ได้ กลัวนิดนึง แต่ก็ชินในภายหลัง แต่ถ้าเป็นที่ไทยไม่มีท่าง น่ากลัวอ่า แล้วที่นี่จะต้องระวังก็พวก maori หรือ บางช่วงจะมีคนเกาะมาทำงาน ช่วงนั้นแหละน่ากลัว
ของหายกันเยอะช่วงนั้น บ้านเรามีโจรปีนขึ้นมาด้วย แต่เพื่อนตื่นมาก่อน โชคดีไป


คิดว่าหลังจบโครงการล้วจะทำอะไรต่อไปครับ
คิดว่าอยากลองทำธุรกิจของตัวเองค่ะ ค้าขายอะไรสักอย่าง ชอบงานที่เป็นอิสระค่ะ ส่วนงาน software engineer ไว้เป็นตัวเลือกท้ายๆเลย ว่าไปมันก็เสียดายนะเรียนมาหนัก แต่มันไม่ใช่อ่ะ ไม่รู้จะดันทุรังทำไม ทำไปก็ไม่รุ่ง เราว่าบางคนกลัวความเปลี่ยนแปลงนะ
ไม่กล้าเปลี่ยนแล้วก็จมกับสิ่งๆนั้นไม่ไปไหน ถ้าคิดว่าไม่มีความสุขก็เปลี่ยนเถอะ


มีอะไรจะฝากให้เพื่อนๆที่สนใจโครงการบ้างมั้ยครับ


โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีนะคะ ใครยังไม่รู้ว่าอยากทำอะไร อยากไปทางไหน ลองมาใช้เวลาค้นหาตัวเองสักพักก็ได้นะคะ แล้วก็ถ้ามาแล้วเราอยากให้สู้นะ อย่้าเลือกงาน แล้วก็ถ้าไม่เจ๋งจริง อย่ามาคนเดียวเลย หาเพื่อนมาเหอะ อย่างน้อยมีคนไปไหน ไปด้วยช่วยกัน เราเองตอนแรกไม่มีเพื่อนเหมือนกัน มาหาเอาที่เว็บ thaiwah นี่แหละ
แต่ถ้าคิดว่าช๊านแจ๋วพอ ก็ลุยเลยจ้า :]


สุดท้าย ขอบคุณเว็บ thaiwahclub สำหรับข้อมูลหลายๆอย่าง
ขอบคุณเพื่อนแพร ไปสท ตอนตี 3 เป็นเพื่อนกัน และเพื่อนๆที่เป็นกำลังใจให้เรานะ
ขอบคุณผึ้ง ไหม ยูริ ปอ ใหม่ เจ้าป้า ก.กุ๊ก ที่อยู่ร่วมกันมาตลอดเนอะ


ขอบคุณน้องปลามากๆครับ :)

Blog ที่เกี่ยวข้อง
Happy Birthday Melbourne!
ดูทั้งหมด
Webboard ที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด

Social Network


 
Advertrising