ข่าวสาร
2020
February
12
ออสเตรเลียเตรียมเพิ่มมาตรการแบนผู้ที่เดินทางจากจีนเพื่อป้องกันไวรัสโคโรน่า
โดย : Adminstrator ( จำนวนผู้เข้าชม 1224 คน )


Woman photo created by freepik - www.freepik.com
 

     แม้จะยังไม่มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลออสเตรเลียกำลังเตรียมขยายมาตรการแบนผู้ที่เดินทางมาจากประเทศจีน เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรน่า

     จากเหตุการณ์เชื้อไวรัสโคโรน่าระบาดไปยังหลายๆประเทศ ส่งผลให้ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า 42,000 คนแล้ว รัฐบาลออสเตรเลียจึงมีแผนที่จะขยายเวลาแบนชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางมาจากจีน จากเดิมที่มาตรการจะหมดอายุการใช้งานในวันเสาร์ที่จะถึงนี้

     สิ่งที่จะเกิดตามมาคือผลกระทบต่อนักเรียนต่างชาติกว่า 100,000 คน ซึ่งมีนักศึกษาชาวจีนมากถึง 56 เปอร์เซ็นต์ยังคงอยู่ในต่างประเทศ คิดเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย Group of Eright ประมาณ 65,000 คน เช่น Monash University, The University of Sydney และ The University of Melbourne

     ในขณะที่รัฐบาลกำลังเตรียมพร้อมขยายมาตรการแบนชาวต่างชาติ กลับมีชาวออสเตรเลียบางส่วนไม่พึงพอใจการทำงานของรัฐบาลที่ยังไร้วี่แววในการส่งเครื่องบิน เพื่อไปรับชาวออสเตรเลียที่ยังคงตกค้างอยู่ในมณฑลหูเป่ย

     มีครอบครัวชาวออสซี่ที่ออกมาบอกว่าพวกเขาพลาดการขึ้นเครื่องบินจากเมืองอู่ฮั่นเที่ยวล่าสุด และลูกๆของเธอทั้ง 2 คนอาจจะต้องเรียนซ้ำชั้นหากไม่ได้กลับไปเข้าเรียนก่อนเดือนเมษายนนี้

     มีชาวออสซี่มากกว่า 100 คนที่ยังติดอยู่ในหูเป่ย แม้ว่าจะมี PR ของประเทศออสเตรเลียแต่รัฐบาลจีนก็ไม่อนุญาตให้เดินทางไปกับเครื่องบินอพยพได้ เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมีความเกี่ยวข้องกับคนที่มี citizen หรือเป็นพลเมืองของประเทศออสเตรเลีย

     ก่อนหน้านี้รัฐบาลออสเตรเลียได้อพยพชาวออสซี่บางส่วนกลับประเทศ โดยประเมินผู้เดินทางจากความเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุและเยาวชนให้เดินทางกลับมาก่อน รวมถึงผู้ที่เพิ่งเดินทางไปถึงหูเป่ยในระยะเวลาสั้นๆ 

     ผู้ที่เดินทางกลับมาก่อนหน้านี้จะถูกกักตัวเพื่อรอดูอาการก่อน โดยแบ่งเป็นคนที่ถูกกักตัวบนเกาะ Chritmas Island ประมาณ 270 คน และคนที่ถูกกักตัวในเมืองดาร์วินอีกประมาณ 266 คน

     ส่วนมาตรการที่ว่าจะแบนผู้ที่เดินทางจากประเทศจีนเพิ่มเติมนั้น ทางฝั่งรัฐบาลจีนก็ออกมาโต้ตอบว่าไม่พอใจกับมาตรเหล่านี้ พร้อมเตือนประเทศอื่นๆว่าไม่ควรแสดงออกเกินเหตุ 

 

     Source : The Sydney Morning Herald