ข่าวสาร
2019
July
15
ขั้นตอนการยื่นวีซ่า Work and Holiday Australia 2019
โดย : Adminstrator ( จำนวนผู้เข้าชม 18605 คน )

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนยื่นวีซ่า Work and Holiday

Work and Holiday Application Checklist 

Checklist จากเวปสถานทูต

Checklist พร้อมคำอธิบายจาก Thaiwahclub & Beyond Study

ขั้นตอนที่ 1 การสมัครไอดีและกรอกข้อมูลยื่นวีซ่าออนไลน์ (Work and Holiday Visa)

     สามารถดูรายละเอียดการสมัครและกรอกข้อมูลยื่นวีซ่าแบบออนไลน์ได้ที่นี่ครับ การกรอกฟอร์มยื่นวีซ่าออนไลน์

     เอกสารทั้งหมดควรสแกนเป็นไฟล์ PDF ที่มีขนาดแต่ละไฟล์ไม่เกิน 5MB เพื่อสะดวกในการแนบ

 รายละเอียดข้อมูลและเอกสารต่างๆมัดังนี้

- ค่าธรรมเนียมวีซ่า 485 AUD และ ค่าทำไบโอเมตทริกซ์ 851 บาท

     หรือตรวจสอบค่าวีซ่าล่าสุดได้ที่นี่

- หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (Passport) ที่มีอายุการใช้งานคงเหลืออย่างน้อย 6 เดือน สแกนหน้าแรกและหน้าที่มีตราประทับเดินทางทุกหน้า (ถ้ามีหนังสือเดินทางเล่มเก่าให้สแกนด้วย)

- รูปถ่ายสี 

  • อายุไม่เกิน6 เดือน
  • ขนาด 4.5 x 3.5 ซม.
  • ภาพสี พื้นหลังเรียบ
  • หน้าตรงและใบหน้าชัดเจน

 

- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัคร

- ทะเบียนบ้านหรือสูติบัตร

     ที่มีชื่อทั้งบิดาและมารดาของผุ้สมัคร (เลือกใช้ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง) 

- ใบเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล

     ในกรณีที่เราได้มีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลเราต้องแจ้งไว้ให้ทางสถานทูตทราบในตอนกรอกข้อมูลยื่นวีซ่าและต้องแนบใบเปลี่ยนชื่อให้ทางสถานทูตด้วยครับ

- หลักฐานการผ่านการเกณฑ์ทหาร

     สำหรับผู้ชายจะมีหลักฐานที่บอกว่าผ่านการเกณฑ์ทหารแล้วหรือเรียนรด.แล้วที่ ต้องยื่นไปด้วยครับแต่ละคนที่เรียนรด.มาแล้วจะได้ สด. 8 หรือ สด. 9  และคนที่ไม่เรียนแต่ผ่านการคัดเลือกทหารแล้วจะมีใบ สด. 43 ครับ 

หลักฐานการศึกษา

     แนะนำว่าให้ยื่นไปทั้ง Transcript และใบรับรองจบ ไปทั้งสองใบเลยครับในกรณีที่มหาวิทยาลัยไหนออกใบรับรองหรือ Transcript มาเป็นภาษาไทย แนะนำให้ไปขอเวอร์ชันภาษาอังกฤษจากทางมหาวิทยาลัยไว้ตั้งแต่เนิ่นๆครับ (เพราะถ้าเอกสารที่เป็นภาษาไทยจะส่งไป ก็ต้องมีเวอร์ชันแปลส่งไปด้วย และเอกสารอย่าง transcript นี่แปลค่อนข้างยากครับ)

- หลักฐานการทำงาน 

     เช่น จดหมายรับรองการทำงานก็เป็นหลักฐานที่ควรแนบไปด้วยครับเพราะแสดงให้เห็นถึงประวัติของเราว่าเราทำอะไรมาบ้าง 

- หลักฐานเกี่ยวกับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ

ไม่ว่าจะเป็น IELTS / TOEFL หรือผลการเรียนเป็นโปรแกรมภาษาอังกฤษ หรือ International Program

- หลักฐานการสมรส

- แผนการเดินทางโดยคร่าว ๆ และประเภทงานที่สนใจจะทำระหว่างอยู่ในออสเตรเลีย 

     เขียนแผนการเดินทางเป็น ภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 โดยประมาณเขียนคร่าวๆ ว่าเราจะไปทำอะไรบ้างที่ไหนยังไง อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับแผนการเดินทางได้ใน เขียนอะไรดีในแผนการเดินทาง

     จากที่ได้ฟังบรรยายจากสถานทูตล่าสุด เค้าบอกว่าแผนการเดินทางไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่ผมยังแนะนำให้มีอยู่ดีครับเพราะแผนการเดินทางจะทำหน้าที่เป็น Statement of purpose ที่บอกเป้าหมายของเราว่าเราเป็นใคร จะไปทำอะไรในประเทศเค้าได้ดีกว่าเอกสารอื่นๆ

- หนังสือรับรองจากทาง ดย. 

- หลักฐานทางการเงิน

     ผู้สมัครจะต้องแนบหลักฐานการเงินที่มีเงินอย่างน้อย 5,000 AUD  โดยแนบ Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน 

  • ไม่แนะนำให้นำเงินออกจนมีเงินต่ำกว่า 5,000 AUD หลังจากขอ Bank Statement มาครับ
  • ใบรับรองทางการเงินหรือ Bank Statement ต้องมีอายุไม่เกิน 28 วัน
  • ตัวอย่าง Bank Statement [ แสดง transactions ทั้งหมดในเวลาที่กำหนด รวมถึงยอดเงินเข้า-ออก และคงเหลือ]

     คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักฐานการเงินสำหรับการยื่นวีซ่า Work and Holiday Australia 

    เนื่องด้วยเหตุผลที่ว่าเรื่องหลักฐานการเงินเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการยื่นวีซ่า จึงอยากอธิบายตรงนี้เพิ่มเติมให้โดยละเอียด โดยแยกตามประเภทของหลักฐานดังนี้

  • Bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน 

ในการยื่นเอกสารกับทางสถานทูตออสเตรเลีย เอกสารที่แนะนำให้แนบไปด้วยเลยคือ Bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน 

 **เงินไม่จำเป็นต้องค้างอยู่ 6 เดือนก็ได้ แต่ต้องมีที่มาชัดเจน คือมาจากคนที่น่าจะให้เราจริง ที่มีอาชีพชัดเจน และโอนให้แล้วเค้าก็ไม่เดือดร้อนครับ**

  • หลักฐานที่มาของเงิน

     ทางสถานทูตจะดูว่าผู้สมัครมี transaction หรือการเข้าออกของเงินเป็นยังไงในช่วงหกเดือนล่าสุดก่อนยื่นวีซ่า หากมีเงินก้อนใหญ่เข้ามา เราก็ควรที่จะสามารถอธิบายที่มาของเงินเหล่านั้นพร้อมแนบหลักฐานไปด้วยครับ (Evidence of source of sudden fund and explanation)

     วิธีดูง่ายๆ ว่าเราควรจะต้องแนบหลักฐานหรือต้องอธิบายที่มาของเงินหรือไม่ก็คือ ดูว่าการเข้าออก และเงินที่คงอยู่โดยทั่วไปมีเท่าไหร่ เช่น ถ้าเรามีเงิน 2 แสนมาตั้งแต่ 6 เดือนก่อน และมีเงินเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่เคยมียอดต่ำกว่า 2 แสนเลย แบบนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร (แค่อาจจะเขียนอธิบายให้เข้าใจว่าเงินที่อยู่ในบัญชีมีที่มาจากที่ไหน เช่น เป็นเงินเก็บ) แต่หากว่า บัญชีที่เรามีเป็นบัญชีเงินหมุน เช่น  ยอดสูงและต่ำสุดระหว่าง 1-2 หมื่นบาท แต่ก่อนจะยื่นวีซ่ามีเงินโอนเข้ามาอีก 1.5 แสน โดยไม่ว่าจะโอนเข้ามาทีละ 5 หมื่นบาท 3 ก้อน หรือจะโอนมา 1.5 แสนทีเดียว เราก็จะต้องอธิบายให้ทางสถานทูตฟังได้ โดยมีหลักฐานที่เชื่อถือได้แนบไปด้วยครับ (คือการเข้าออกของเงินไม่เหมือนปกติก่อนหน้านี้)

ตัวอย่างสมุดบัญชีเงินฝากสำหรับยื่นวีซ่า

     หลักฐานที่ควรแนบไปเพื่ออธิบายการเข้ามาของเงินก้อนใหญ่

  • จดหมายอธิบายจากคนที่โอนเงินให้ว่าเค้าโอนให้เราเพราะอะไร ทำไม เมื่อไหร่ยังไง จากบัญชีไหน ไปบัญชีไหน เค้ามีความสัมพันธ์อะไรกับเรา
  • จดหมายอธิบายที่มาของเงินที่เราเขียนอธิบายเองว่า เงินในบัญชีเข้ามาจากที่ไหน ด้านล่างเป็นตัวอย่างจดหมาย Evidence of source of funds ของคุณ Punz Thestar นักเรียน IELTS รุ่นแรกสุดของผมครับ :)

Evidence of source of funds

BANK OF AYUDHYA
Name of Account Mr Punz
Account No. 15X-1-30760-X

My main income is from XX Company Limited that I have been working as a full time employee in position Marketing Officer since 18 May 2009 (X Bath) with transfers to my saving bank account (15X-1-30760-X) every month (day 28th). So I

27/07/11 Received bonus and salary amount 3X,070 Baht.
24/08/11 Received gift 13X,000 for Work and Holiday in Australia fromMr X, my older brother who is my guardian.

Regarding my personal finances, I have also provided evidences to consider the derivation of income by following;

- Savings account passbook (BANK OF AYUDHYA Account No. 15X-1-30760-X)                
- Employment letter.

If you would like any further information, please don't hesitate to contact me.

Yours faithfully,

Mr X

ตัวอย่างอีกฉบับจากน้องเล้ง ณ Sydney ครับ  [Leng-Leng Taecharattanawanit]

Evidence of Source of Funds
BANK OF xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
Name of Account Miss xxxxxxxxxxxxx
Account No. xxxxxx

My main income is from working for xxxxxxxxxxxxx. I have been working as a xxxxxxxxxxxxxx since DATE MONTH YEAR (starting at xxx THB) in which transfers to my saving bank account (xxxxxxxxx) every month (day 30th/31st). 

Regarding my personal finances, I have also provided evidences to consider the derivation of income as follows:

- Savings account passbook (BANK OF xxxxxxxxxxx Account No. xxxxxxx)     
- Statement of the past six months (BANK OF xxxxxxxxxxxx Account No. xxxxxxx)        
   ข้อนี้ optional นะ เค้าไม่ได้ขอ แต่อยากให้ก็ได้ 55555 อันนี้เผอิญเปน คนละบัญชีกับเงินเดือน     
- Employment letter (ถ้ามี)

If you have further query, please do not hesitate to contact me.

Yours faithfully,

Name Surname

ในกรณีที่มีผู้สนับสนุนทางการเงิน ผมมีเขียนตัวอย่างไว้ให้ดูอีกเพิ่มเติมดังด้านล่างครับ

     ตัวอย่างจดหมาย - Evidence of Source of Fund

นอกจากนี้ ปกติจะแนะนำให้มีจดหมายอีกฉบับที่เขียนโดยผู้สปอนเซอร์แนบไปด้วย เพื่ออธิบายว่าเงินก้อนนี้ให้เราจริงๆครับ

     ตัวอย่างจดหมาย - Financial Support Letter

 **ที่สำคัญที่ต้องเน้นเลย คือตัวอย่างจดหมายนี่ให้ไว้สำหรับเป็นตัวอย่างเฉยๆ นะครับ ไม่แนะนำให้ลอกไป เพราะแต่ละคนรายละเอียดจะต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่โอนเงินให้ หลักฐานที่มาขอเงินของคนที่โอนให้ ความสัมพันธ์กับคนที่โอนให้

สำหรับกรณีอื่นๆ ผมแนะนำให้อ่านกระทู้ การทำ Statement Work and Holiday ด้วยครับ ในกระทู้จะอธิบายถึง case study แบบต่างๆที่มีเพื่อนๆมาถามไว้ครับ

  • Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือนของผู้ที่โอนเงิน / ถ้ามีหลักฐานการทำงาน ที่มาของรายได้ขอคนที่โอนให้เราได้ก็จะยิ่งดีครับ 
  • ID card (บัตรประชาชน / Passport ) ของสปอนเซอร์
  • House Registration ของสปอนเซอร์ เพื่อให้ลิงก์กันกับเรา เช่น สมมติเป็นคุณป้า (พี่สาวคุณพ่อ) ทะเบียนบ้านคุณป้า และคุณพ่อก็จะลิงก์กันด้วยชื่อของคุณปู่คุณย่า ที่เหมือนกันเป็นต้นครับ

- Evidence of Source of Fund (ในกรณีที่มีเงินเพิ่งเข้ามาไม่นาน)

- หลักฐานเกี่ยวกับการประกัน

     ก่อนหน้านี้จะมี condition ในวีซ่าที่บอกไว้เลยว่าเราต้องมีประกันตลอดระยะเวลาการเดินทางด้วย แต่หลังๆนี้สถานทูตนำออกไปแล้วครับ ดังนั้นจะมีหรือไม่มีก็ได้ ไม่มีผลกับการพิจารณาวีซ่า อย่างไรก้ตามผมแนะนำให้มีไปด้วยเลยถ้าจะซื้ออยู่แล้วครับ เพราะจะมีกรณีที่ไม่ได้ยื่นไปแล้วทางสถานทูตขอเพิ่มมาก็มี และยังไงก่อนไปก็แนะนำให้มีก่อนอยู่แล้วและไม่แพงด้วย

     เกร็ดความรู้เรื่องประกันสุขภาพ

     รายละเอียดการทำประกัน WHS/WAH (3/6 เดือน : Chartis)

     รายละเอียดการทำประกัน WHS/WAH (1 ปี : ไทยวิวัฒน์)

     รายละเอียดการทำประกัน WHS/WAH (1 ปี : Allianz)

การเซ็นรับรองเอกสาร

  • เราสามารถเซ็นรับรองเอกสารว่า "รับรองสำเนาถูกต้อง" หรือ "Certified True Copy" ได้ด้วยตัวเองครับ แนะนำให้ใช้เป็นภาษาอังกฤษก็ดีครับ และให้เซ็นเหมือนกับที่เซ็นไว้ใน Passport (ภาษาใดก็ได้)
  • เอกสารของใครก็ให้คนนั้นรับรองครับ เช่น บัตรประชาชนคุณแม่ คุณแม่ก็ต้องเป็นคนเซ็น

การแปลเอกสาร

การยื่นเอกสารกับสถานทูตเราจำเป็นต้องแปลเอกสารทุกอย่างที่ไม่เป็นภาษาอังกฤษไปให้ทางสถานทูตด้วย ซึ่งข้อควรทราบในการแปลเอกสารสำหรับ Work and Holiday Visa มีดังนี้ครับ

            มีเอกสารอะไรที่ต้องแปลบ้าง?

             - เอกสารใดๆที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องแปลไปทั้งหมดครับ

            ต้องให้ใครแปล แปลเองได้หรือเปล่า ต้องมีการรับรองหรือไม่?

             - ในปีนี้ผู้สมัครและบุคคลไม่สามารถแปลเอกสารเองได้ครับ ดังนั้นจำเป็นต้องจ้างร้านแปลที่สามารถประทับตรารับรองได้นะครับ

 ขั้นตอนที่ 2 การนัดหมาย VFS

     ผู้ขอวีซ่าออสเตรเลียจากประเทศไทยจำเป็นต้องทำการนัดหมายกับ VFS ล่วงหน้าก่อนไปดำเนินการไบโอเมตทริกซ์ วิธีการนัดหมายคลิกที่นี่

     หลังจากนัดแล้ว ให้นำใบนัดหมาย, Passport ตัวจริงและเอกสารแจ้งดำเนินการไบโอเมตทริกซ์ (s257A (s40))มาแสดงตามวันและเวลาที่นัดหมาย ที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียในกรุงเทพฯและเชียงใหม่

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • หากบนนิ้วมีบาดแผลควรรอให้หายก่อนไปเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์
  • เฉพาะผู้สมัครที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปยื่นวีซ่าเท่านั้น ยกเว้นผู้ปกครองเด็กที่มาพร้อมกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
  • ถ้าไม่นัดล่วงหน้าทาง VFS จะไม่รับยื่นวีซ่าหรือเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์
  • นัดหมายได้เพียงหนึ่งครั้งต่อหนึ่งหนังสือเดินทาง ซึ่งถ้าต้องการขอวีซ่าที่เป็นครอบครัว 4 คนที่ จะต้องทำนัดทั้งหมด 4 ครั้ง
  • สำหรับกรุ๊ปที่เดินทางด้วยกัน (ตั้งแต่ 9 คนขึ้นไป) สามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์ของ VFS ทางโทรศัพท์ 021187100 หรือส่งอีเมลไปที่ appointmentsagent.dibpth@vfshelpline.com เพื่อทำการนัดหมาย
  • ต้องนำใบนัดมาแสดงตามวันและเวลาที่นัดหมายไว้
  • แนะนำให้ไปถึงอย่างน้อย 15 นาทีก่อนเวลานัด
  • หากพลาดการนัดหมายในวันที่กำหนด ระบบจะอนุญาตให้ทำการนัดหมายอีกครั้งได้หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมงแล้วเท่านั้น

 ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสุขภาพ

กำหนดการเดินทางหลังได้รับวีซ่าแล้ว

เมื่อได้รับวีซ่าแล้วทางสถานทูตกำหนดไว้ว่าเราจะต้องเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียภายใน 1 ปี และหลังจากเข้าประเทศออสเตรเลียไปแล้ว เราสามารถอยู่ต่อได้อีก 1 ปีครับ เช่น วีซ่่าผ่าน 10 Aug 2017 , เราเข้าประเทศออสเตรเลียได้ไม่เกิน 10 Aug 2018 และสมมติเราเข้าประเทศเค้าในวันที่ 1 Aug 2018 เราจะอยู่ในออสเตรเลียได้ถึง 1 Aug 2019 ครับ 

 ข้อแนะนำเพิ่มเติม : 

     การเข้าประเทศเราจะอายุเกิน 31 ไปแล้วก็ไม่มีปัญหาครับ (คือได้วีซ่าแล้วเดินทางหลังอายุเกินไม่เป็นไร แต่ตอนยื่นวีซ่าอายุจะต้องยังไม่ 31) 

     การเข้าออกประเทศออสเตรเลีย ถึงเเม้จะมีเวลา 1 ปีเป๊ะๆมาให้ แต่ก็แนะนำให้เข้าออกก่อนกำหนดนิดหน่อยป้องกันการดีเลย์ และเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่างๆครับ

     วีซ่าออสเตรเลียจะเป็น e-visa ดังนั้นจะไม่มี label แปะมาด้วยไม่ต้องตกใจสามารถเข้าประเทศได้ด้วย passport เพียงอย่างเดียว แต่อย่างไรก็ตามแนะนำให้พกใบ visa grant letter ติดตัวไปด้วยตอนเข้าประเทศครับ (และเผื่อใช้ในการหางานด้วย)

     สแกนหลักฐานสำคัญต่างๆไม่ว่าจะเป็น visa grant letter , passport , IELTS ไว้และส่งเข้า email เก็บใน flashdrive ไว้ด้วยกันเหตุฉุกเฉินครับ