ข่าวสาร
2019
March
14
แชร์ประสบการณ์ทำงาน UI Designer ที่ RMIT มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ด้าน Art&Design ในออสเตรเลีย
โดย : Adminstrator ( จำนวนผู้เข้าชม 2906 คน )

  

     ประสบการณ์เรียนภาษาที่ออสเตรเลีย และการทำงานตำแหน่ง UI Designer ที่ RMIT University มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ด้าน Art&Design ในออสเตรเลีย

 

     “มีน้องในทีมเรียนจบจาก RMIT ป.ตรีได้ทำงานต่อในมหาลัยเลยหลายคนเลยค่ะ เพราะที่นี่พิจารณานอกจากความสามารถที่ตรงกับงานที่ทำแล้ว สิทธิพิเศษถ้าเรียนจบ RMIT มาอีกจะหางานง่ายมากขึ้นมากๆ แถมขอย้ายไปทำงานต่างประเทศตามแคมปัสอื่นๆของ RMIT อื่นได้ด้วย”

     “นัท เกษสุรางค์ งามตระกูลชล” กับประสบการณ์ทำงานตำแหน่ง UI Designer ในมหาวิทยาลัยชื่อดังของเมลเบิร์น RMIT University หลังจากที่เคยมาเรียนภาษาก่อนหน้า 6 เดือน อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้นัทตัดสินใจกลับมาหางานทำที่ออสเตรเลีย และวิธีการหางานจากช่องทางต่างๆจะถูกแชร์ให้ทราบกันในบทความนี้ค่ะ

 

     Thai WAH Club : ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน คุณนัทเคยมาเรียนภาษาที่ออสเตรเลีย ตอนนั้นเรียนที่ไหน คอร์สอะไรเหรอคะ ช่วยอธิบายหน่อย

     เคยมาเรียนภาษาอังกฤษคอร์สที่ Ability English ค่ะ เป็นคอร์สภาษาเลย เลือกเรียนภาษาทั้งหมด 6 เดือน ตอนสอบเข้าไปเรียนพื้นฐานภาษาค่อนข้างโอเคอยู่บ้างแล้ว เข้าไปได้ระดับ Upper Intermediate เลยค่ะ แล้วก็เรียนต่อประมาณสี่เดือนจนจบ Advanced แล้วก็ต่อคอร์ส IELTS อีกสองเดือนที่เหลือค่ะ

 

     Thai WAH Club : เล่าเรื่องเรียนภาษากันหน่อยค่ะ  ตอนนั้นทำไมถึงตัดสินใจเรียนมาภาษา เรียนเป็นอย่างไรบ้าง และมีการหาข้อมูลอย่างไรบ้างเหรอคะ

     มาเรียนเพราะว่าตอนนั้นลาออกจากงานที่ไทย อยากหาอะไรใหม่ทำที่สามารถพัฒนาตัวเองได้ทั้งด้านการงานและภาษา ก็เลยลองตัดสินมาเรียนภาษาทั้งหมด 6 เดือน เจอเพื่อนเยอะมากระหว่างเรียน 

     นอกจากจะแลกเปลี่ยนภาษาแล้วยังได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมมาเยอะมาก หลังเรียนจบหกเดือนนี่ นอกจากภาษาอังกฤษจะได้แล้วยังได้ภาษาสเปนกลับมาอีกเป็นของแถมเลยค่ะ

     ส่วนภาษาสเปนนี่ได้เพราะเพื่อนในห้องเป็นคนสเปนเยอะค่ะ พอเรียนภาษาอังกฤษไป เพื่อนก็สอนสเปนไปด้วย เราก็สนิทกับเพื่อนสเปน เลยเก็บคำศัพท์มาวันละนิดวันละหน่อย ก็ได้มาเยอะเลยค่ะ คำศัพท์ที่ได้ก็เป็นคำศัพท์ที่ใช้ชีวิตประจำวันทั้งหมดเลยค่า

     ขั้นตอนการหาข้อมูลนี่เราสอบถามกับทางเอเจนซี่ล้วนๆ เลยค่ะ ให้พี่ๆ ทีมงานที่น่ารักเลือกโรงเรียนที่ราคาอยู่ในงบประมาณที่เราต้องการ และสามารถตอบโจทย์เวลาเรียนเราได้

 

     Thai WAH Club : มาเรียนภาษาที่นี่แล้วช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษของเราได้มากขึ้นเยอะเลยมั้ยคะ แตกต่างจากเรียนที่ไทยยังไงบ้าง

     พัฒนาขึ้นเยอะมาก อยู่ไทยไม่ค่อยได้พูดภาษาอังกฤษเลยค่ะ อย่างมากใช้ภาษาได้ประปราย แต่ถามว่ารู้คำศัพท์เยอะมั้ย ไม่ค่อยเยอะเท่าไร การเรียนนี่พัฒนาทั้งคลังคำศัพท์และเทคนิคการพูดคุยขึ้นร้อยเท่าเลย แตกต่างจากเรียนที่ไทยตรงที่ในไทยเพื่อนร่วมชั้นจะเป็นคนไทย แต่ที่นี่เหมือนโดนบังคับพูดอังกฤษตลอดช่วงเวลา เพราะเราต้องซื้อของ ใช้ชีวิต ยิ่งถ้าอยู่นอกเมืองนี่จะเจอแต่คนสัญชาติออสเตรเลีย ยิ่งได้พูดคุยกับคนเยอะมากขึ้นเลยค่ะ

 

     Thai WAH Club : หลังจากเรียนภาษาแล้วก็กลับไทยก่อน อะไรเป็นส่วนช่วยทำให้เราตัดสินใจกลับมาที่ออสเตรเลียอีกครั้งคะ

     แต่งงานค่า ฮ่าๆ แฟนเป็นคนไทยเหมือนกันเลยค่ะแต่แฟนได้งานประจำทำก่อน เราก็เลยขอวีซ่าติดตามย้ายมาอยู่ด้วยกัน

 

     Thai WAH Club : แล้วตอนนี้คุณนัทได้งานเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยคะ

     ตอนนี้ทำงานที่มหาวิทยาลัย RMIT ตำแหน่ง UI Designer ค่า

 

     Thai WAH Club : คุณนัทช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะว่างาน UI Designer ที่ทำอยู่เกี่ยวกับอะไร มีหน้าที่ในการทำงานยังไงบ้าง

     UI Designer คืออาชีพการออกแบบ User interface ให้ใช้งานง่าย สวยงาม ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานระบบของเราค่า โดยอาชีพนี้ต้องบอกก่อนว่าแต่ละบริษัทก็จะให้คำนิยามแตกต่างกันออกไป ถ้าจะให้เราส่วนที่นัทรับผิดชอบตอนนี้ นัททำส่วนของ Design system ค่าและช่วยดูแลเรื่องของ User experience วางแผนการออกแบบให้เป็นระบบระเบียบสำหรับคนในองค์กร ดูแลเว็บไซต์หลายๆ ส่วนให้ใช้งานง่ายสำหรับบุคคลภายนอกค่ะ

 

     Thai WAH Club : คุณนัทมีช่องทางหางานอย่างไรบ้างเหรอคะ แล้วใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะได้งานที่เราอยากได้คะ

     ถ้าให้เราตั้งแต่เริ่มสมัคร จนถึงสัมภาษณ์หลายรอบ จนคอนเฟิร์มได้งาน ใช้เวลาทั้งหมด 1 เดือนพอดีเป๊ะเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่ยื่นไปบริษัทในเว็บไซต์พวก SEEK, Indeed, Linkedin สุดท้ายก็เลยตัดสินใจสมัครงานกับ Recruiter บริษัทจัดหางาน แล้วก็ได้งานกับ Recruiter ค่ะ สัมภาษณ์ที่เดียวได้เลย แต่ก่อนหน้านี้ยื่นสมัครออนไลน์ไปถูกปฏิเสธไปเกือบสามสิบที่ ฮ่าๆ ถ้าใครยังหางานไม่ได้อย่าเพิ่งตกใจไปเพราะมันใช้เวลามากจริงๆ ค่ะ

     ต้องบอกว่าสมัครงานกับบริษัทจัดหางานสำหรับคนที่เพิ่งย้ายมาอยู่เป็นตัวเลือกที่ดีมาก เพราะก่อนเราจะได้ไปสัมภาษณ์กับบริษัทลูกค้า บริษัทจัดหางานจะเรียกเราเข้าไปคุยแนะนำตัวกันก่อน หลังจากนั้นเขาถึงจะส่งผลงานเราไปให้บริษัทอีกที

     ซึ่งขั้นตอนนี้ถ้าเราเป็นคนชอบถามเยอะๆ แนะนำให้ทำแบบนัทได้เลย วิธีการคือส่งเมล์ไปขอคำแนะนำขอตัวอย่างการทำ Portfolio และเรื่องของมารยาทในการสัมภาษณ์งานกับคนที่เราติดต่อด้วย

     สุดท้ายแล้วนัทก็ได้ไอเดียและคำแนะนำเยอะมากตั้งแต่ทำ Resume และเขียนเว็บไซต์ยังไงให้น่าสนใจ สุดท้ายต้องขอขอบคุณพี่คนไทยอีกท่านที่ทำตำแหน่ง Senior ที่ซิดนีย์ที่ให้คำแนะนำตอนสมัครงาน ก็เลยทำ Portfolio ได้ตรงมากยิ่งขึ้นค่า จนสัมภาษณ์งานสำเร็จได้งานมาค่ะ

 

     Thai WAH Club : ขอสามเหตุผลที่คิดว่า นี่แหละ! ที่ทำให้คุณนัทได้งานนี้

  • ประวัติและผลงานของเราที่เคยทำในประเทศไทยตอบโจทย์กับที่ตำแหน่งที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการพอดีค่า
  • ตอนสัมภาษณ์งานได้รับฟีดแบคว่าพรีเซนต์ดี จริงๆ คือแอบซ้อมหลายวันมากก่อนไปสัมภาษณ์งานเลยค่ะ ทั้งสคริปต์และเรียบเรียง
  • โชคดีอีก 50% ที่ไปสัมภาษณ์ที่แรกแล้วเขารับเลย

 

     Thai WAH Club : แล้วที่เคยมาเรียนภาษาก่อนหน้า คิดว่ามีส่วนช่วยที่ทำให้เราได้งานนี้ด้วยไหมคะ

     มีส่วนเยอะมากด้านการสื่อสารและคุ้นชินกับภาษาอังกฤษค่ะ ไม่เคอะเขินที่จะพูดพรีเซนต์นำเสนอผลงานของตัวเอง มั่นใจมากขึ้น 200% เลยเวลานำเสนอ รวมไปถึงการโต้เถียงตอบกลับ ไหวพริบในการใช้ภาษาที่เพิ่มขึ้นเยอะมากหลังจากมาเรียนภาษาเลยค่ะ 

 

     Thai WAH Club : สังคมการทำงานของที่นี่เป็นอย่างไรบ้างคะ

     เข้างานเก้าโมงเลิกงานห้าโมงเย็นเป๊ะทุกวัน แต่พอดีบ้านอยู่ใกล้ที่ทำงาน 17.05 น.เลยถึงบ้าน ข้อดีของการทำงานที่นี่เลยค่ะ รถไม่ติดเดินทางสะดวกง่ายมาก 

      ทีมที่ทำงานอยู่เป็นทีมเพิ่งเกิดใหม่ในองค์กร ขั้นตอนการทำงานเลยค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไวแต่ข้อดีล้มแล้วลุกไว เรียนรู้ไว สนุกไปอีกแบบค่ะ ถูกส่งไปทำงานกับทีมนู้นที ทีมนี้ที รู้จักคนใหม่ๆทุกวัน ที่นี่จะประชุมเยอะหน่อย ตรงต่อเวลามาก ตามชาวบ้านไม่ค่อยทันบางที ประชุมไปเปิดดิกไป ได้คำศัพท์มาใหม่ทุกวัน ครูพักลักจำ ภาษาพัฒนาขึ้นแบบเท่าตัวภายในสองเดือนเลยค่ะ

     ส่วนถ้าถามเรื่องของเพื่อนร่วมงานน่ารักมากเลยค่ะ ทุกคนต้อนรับเราดีมาก แม้ว่าภาษาเราจะผิดๆเพี้ยนๆเขาก็ช่วยแก้ไขให้ตลอด อยากบอกว่าเป็นคนเดียวในทีมที่เป็นคนไทย ตั้งแต่ทำงานมาสองเดือนนี้ยังไม่เจอคนไทยเลยค่ะ แต่ถ้าใครอ่านอยู่แล้วทำงานที่เดียวกันก็มาทักทายกันได้นะคะ อยากมีเพื่อนคนไทยบ้าง

 

     Thai WAH Club : ในฐานะที่เป็นตัวแทนคนทำงานใน RMIT เล่าเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยให้ฟังหน่อยค่ะ

     เอาเป็นวงในจากที่ทำงานมา มีน้องในทีมเรียนจบจาก RMIT ป.ตรีได้ทำงานต่อในมหาลัยเลยหลายคนเลยค่ะ เพราะที่นี่พิจารณานอกจากความสามารถที่ตรงกับงานที่ทำแล้ว สิทธิพิเศษถ้าเรียนจบ RMIT มาอีกจะหางานง่ายมากขึ้นมากๆ 

     แถมขอย้ายไปทำงานต่างประเทศตามแคมปัส RMIT อื่นได้ด้วย เช่น เวียดนาม สเปน วิทยาเขตหรือแผนกอื่นที่คนละส่วนกัน ขอย้ายได้หมดเลยค่ะ แปลว่าถ้าน้องๆมาเรียนมหาวิทยาลัย RMIT จะมีโอกาสได้ connection เยอะขึ้นและมีลู่ทางหางานง่ายขึ้นค่า

 

     Thai WAH Club : นอกจากนี้อยากทราบความคิดเห็นของคุณนัทต่อบรรยากาศบ้านเมืองที่อาศัยอยู่สักหน่อยคะ ปรับตัวยากไหมถ้าอยากมาใช้ชีวิตที่นี่

     เมลเบิร์นเป็นเมืองที่อยู่ง่ายมากๆ มีข้อเสียนิดหน่อยแค่วันนึงมีหลายฤดูกาล สิ่งที่เรามองว่าเป็นข้อดีคือเรามีเพื่อนคนไทยเยอะ ไม่เหงาเลย ร้านอาหารไทยเยอะ คิดถึงอาหารไทยก็ไปตลาดไทยได้ มีทุกสิ่งให้ท่านเลือกสรร เอาเป็นว่าสบายมากไม่ลำบากเลยค่ะ สำหรับนัทเองแพ้อาหารหลายอย่าง มีร้านอาหารไทยที่เราทานประจำอยู่ ทำให้เราทานตลอดแม้จะแพ้ น่ารักมากๆเลยค่ะ

 

     Thai WAH Club : สุดท้ายแล้วช่วยฝากบอกอะไรถึงคนที่อยากมาเรียนหรือทำงานที่ออสเตรเลียหน่อยค่ะ

     ถ้าใครอยากลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แนะนำว่าไม่ลองไม่รู้ อยู่ที่เปิดใจและลองเรียนรู้ เราจะได้รับประสบการณ์ใหม่ดีๆ เพิ่มขึ้นอีกมากมายเลยค่ะ ส่วนถ้าใครสนใจลองติดต่อพี่ๆ ทีมงาน Beyond study ได้เลยนะคะ ทีมงานน่ารักให้คำแนะนำดีเสมอเลยค่ะ ^0^

 

     ติดตามบทสัมภาษณ์อื่นๆ ได้ทางเฟซบุ๊คเพจ thaiwahclub.com หรือทางเว็บไซต์ Thai WAH Club หรือสนใจเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเรียนระดับปริญญา , ภาษา หรือ Diploma สามารถขอคำปรึกษากับทีม Beyond Study ได้ฟรี ทางเบอร์โทรศัพท์ 086-011-2378 และ 02-019-0884 ภายในเวลาทำการ (Mon-Fri : 09.00-18.00) หรือแอดไลน์มาสอบถามได้ที่ ID : @beyondstudy

 

     บทสัมภาษณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง