Posted by: G e V a L i C i O u S in บล็อกส่วนตัว on 24, Feb 2010

ฉันเจอนาตาลีที่ backpackers ที่เรนมาร์ก
นาตาลีเป็นผู้หญิงอายุยี่สิบสาม ผมสีทองหม่น ใส่เสื้อมอๆกับจัมเปอร์ตัวเดิมไปทำงานทุกวัน (ที่ใครๆก็ทำอย่างนั้น) ตอนนั้นนาตาลีทำงานที่เนอร์สเซอรี่ (ที่ไม่ใช่เลี้ยงเด็ก แต่เป็นเพาะต้นไม้) กับเพื่อนๆ ไต้หวันที่อยู่แบคแพคเกอร์เดียวกัน เกฟได้ทำงานกับอูเน่และราฟ แล้วก็แชด แต่ทำตินนิ่งเนคทารีน (โชคดีเท่านั้น โชคดีช่วงสั้นๆแค่สองเดือน)
นาตาลีหันมายิ้มให้ ณ วันที่เราโผล่ไปถึง จูบทักทายกันอย่างกันเอง ทักทายแชด(ที่เคยเจอกันตอนแชดมาอยู่ก่อนช่วงเก็บส้ม) นาตาลีมีดวงตาที่ทำให้รู้สึกว่า "อีไม่ธรรมดา" แน่ๆ
และอย่างที่น้องๆบอกเกฟเสมอ ว่าเกฟดูคนเก่ง กร๊าก นาตาลีไม่ธรรมดาจริงๆ หลังจากที่ได้อยู่ร่วมหอเดียวกับแนทมาสามวัน แนทออกลาย ณ วันศุกร์แรก ที่โฮสเทลจะมีปาร์ตี้กันตลอด ปาร์ตี้ทุกวันศุกร์ เพื่อนๆจากสารพัดชาติจะทำอาหาร (แย่งเตาในครัวแทบตบกัน) มาแชร์กันกินโต๊ะใหญ่ๆ ถือเป็นไฮไลท์เอนเตอร์เทนเมนท์ที่พอจะหาได้จากเมืองสวนเล็กๆ ที่ทุกคนมาเพื่อทำงานฟาร์ม
แนทของเรากินเบียร์ไปสองขวด (เท่านั้น) ก็เริ่มอาละวาด เต้นอะโกโก้ ไปรอบๆห้อง ชี้หน้ากราดด่าเพื่อนๆ เอเชีย (ที่มีเยอะมาก ฝรั่งมีสามสี่หัวเท่านั้น คือ ลูซี่ (เยอรมัน) รุเจียโร (อิตาลี) แชด แล้วก็แนท) ฮิเดะซังโดนคนแรก โทษฐานที่แก่สุด ฮิเดะน่าสงสารมากเพราะฟังไม่ออก ส่วนคนอื่นๆ นั่งห้อยเท้าดูนาตาลีอย่างสนุกสนาน ( ไม่ค่อยมีให้ดูเท่าไหร่ในบ้านเค้า) ซาบริน่า(ไต้หวัน) ส่ายหัวแอบมากระซิบกับฉันว่า "เป็นงี้ทุกอาทิตย์"
หลังจากคืนนั้น แนทก็เริ่มสนิทกับฉัน เพราะฉันเป็น" เอเชียนคนเดียวที่มีหัวใจเปิดกว้าง" จริงแล้วคือฉันเติบโตมาในกลุ่มเพื่อนฝรั่งที่ "ทุเรศทุรัง" ยิ่งกว่านาตาลีเสียอีก แต่บอกไม่ได้หรอกเดี๋ยวหาว่าฉันด่า ฮะๆ

นาตาลีเล่าให้ฟังว่า เริ่มต้นเดิมทีแนทมาจากแคนาดา แคว้นควีเบค พูดได้สองภาษาคือ อังกฤษและฝรั่งเศส แนทเป็นฮิปปี้ตามแบบอย่างคุณป้า พ่อแม่เป็นหมอจิตวิทยา (บำบัดลูกได้ไหมนี่) แนทเดินทางท่องเที่ยวทำงานที่ออสเครเลียได้เกือบสองปีแล้ว ปีแรกทำงานไปเที่ยวไปหลายที่ พูดได้เต็มปากว่าแนทไปมาเกือบทุกแคว้นของออสเครเลียแล้ว(ตามประสาฮิปปี้) แต่ไปตกหลุมรักและเข้าไปอยู่ในคอมมูนของอะบอริจิน ไม่ได้ทำงาน อาบน้ำบ้างไม่อาบบ้าง (ไม่มีสบู่) ไม่ทำอะไรนอกจาก นอน กิน(เวลามีกิน) สูบกัญชา(จากบ้อง) เป็นเวลาถึงหกเดือน!! ใช้ขีวิตอยู่ในหลืบที่ทางการสร้างไว้ให้พวกอะบอริจินิสที่นี่ กินเงินรัฐบาล (เค้ามีลูกเป็นอาชีพ เด็กเกิดทีได้ปีละห้าพันต่อคน) ไม่มีเสื้อผ้านอกจากที่เคยมี ไม่มียาสระผม(นอกจากขโมยใช้) ไม่มีเงินแม้แต่ดอลล์เดียว
ใช้ชีวิตแบบผู้หญิงขาวคนเดียวในชนเผ่าที่ถูกผู้หญิงแถวนั้นดูถูกเหยียดหยาม ว่า นังขาว มาทำไมฟระ
นาตาลีผอมลงไปเกือบสิบกิโล มีปัญหากับเมียเก่าและเพื่อนสาวของแฟนอะบอริจิน (จริงแล้วก็ไม่น่าใช่เมียเก่า แต่เป็นเมียคนแรก กับเพื่อนที่เราเรียกว่ากิ๊ก เพราะเค้าก็มีอะไรกัน) หลังจากสติแตกหนีออกมาจากคอมมูน ไม่มีแม้แต่รองเท้า มีเสื้อผ้าที่ใส่ชุดเดียว เดินมาเรื่อยๆ จนถึงเรนมาร์ก (ประมาณสองสามกิโล) หิวโซเดินไปขอ foodbag จากซาเวชั่นอาร์มี่มาประทังชีวิต
แล้วมาเจอแบคแพคเกอร์ ก็เดินเข้าไปคุยกับเจ้าของ บอกปัญหาตรงๆ ว่า ไอไม่มีเงิน พาสปอร์ตก็ต้องขอใหม่ มีแต่พวกเอกสารแท๊กไฟล์นัมเบอร์ที่หาเจอ และไอไม่มีที่อยู่ ไม่มีที่ไป
เดชะบุญที่แมท เจ้าของโฮสเทลสงสาร ให้เข้ามาอยู่ก่อนและได้งานที่เนอสเซอรี่ (สิบเจ็ดจุดแปดต่อชั่วโมง งานแปดชั่วโมงต่อวัน หกวันต่อวีค) หลังจากเข้ามาและทำงานก็ผ่อนเงินใช้ให้โฮสเทล
เรื่องของนาคาลีนี่สนุกสุดเหวี่ยง และเจ้าตัวเองก็ยังคงเดินทางอยู่เรื่อยๆ ( ณ ตอนนี้ไปเวิร์กกิ้งฮอลิเดย์ที่นิวซีแลนด์ ตามที่ดิฉันเป่าหูสุดชีวิต) หวังเหลือเกินว่าจะหนุนใจให้น้องๆเพื่อนๆ ที่มาตกระกำลำบากที่ออสเครเลีย ให้รู้ว่าทางเดินยังมีถ้าหากยังก้าวไป มันก็ต้องมีทางสิ(ฟระ) นาตาลีกับเกฟนี่ เราสองคนสนิทกันและคิดเสมอว่าเรามีอะไรคล้ายๆกัน แนทมักจะบอกว่า "ฉันไม่มีสมอง" เกฟก็ไม่มีเหมือนกัน แต่อย่างน้อยแนทก็มีนมใหญ่ ( อยากย้ำว่า โคตรใหญ่ ) แต่เกฟ ไม่มีอะไรเลย ฮือ