สมาคมนักเขียน

A short description about your blog

ผ่านไปเเล้ว 1 ปี กับประสบการณ์ WAH ในออสเตรเลีย   เวลาผ่านไปเร็วมาก หลายๆอย่างที่ตั้งใจว่าจะทำก็ยังไม่ได้ทำ แต่ก็ถือว่าเป็น 1 ปีที่สนุก แล้วก็คุ้มค่ากับประสบการณ์มากทีเดียวค่ะ

ก้อยเป็นเด็ก WAH รุ่นปี 52 เป็นพวกแรกๆที่ได้วีซ่าเพราะว่าใจร้อน อยากให้เรียบร้อยเร็วๆ ประกอบกับโปรเเกรม internship ของก้อยเริ่มเดิอนตุลา ก็เลยกะว่า ได้วีซ่าเมื่อไหร่ จะบินทันที  หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ก้อยก็เดินทางมาถึงเมลเบิร์นในเช้าวันที่ 3 กันยายน 2552 ด้วยกระเป็าสามใบโตๆ  อิมที่นี่เฮี้ยบมากสมคำร่ำรือ  ทั้งกรอกฟอร์ม ตรวจค้น เอ็กเรย์ แล้วยังให้น้องหมามาดมกระเป๋าสองสามรอบ แถมด่านสุดท้ายยังมีสัมภาษณ์อีก  เล่นซะหิวน้ำเลย 

วันเเรกที่มาถึงก็จัดการเรื่องที่พัก เปิดบัญชี และทำการสำรวจแถวบริเวณบ้าน ก้อยอยู่ Box Hill ตั้งแต่แรก รู้สึกว่าเป็นย่านสงบ ปลอดภัย และมีร้านค้าของเอเชียเต็มไปหมดเลยค่ะ  อย่างแรกที่น่าหงุดหงิดที่นี่คือ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ทุกอย่างปิดเร็วหมดเลยค่ะ ใครหิวรอบดึกมานี่ต้องตุนของไว้เองค่ะ จะมีบ้างที่ร้านจีนบางร้านเปิดดึก


หลังจากเงียบหายไปนาน เนื่องจากคอมพิวเตอร์ก้อยป่วย โดนไวรัสงอมแงม เลยถือโอกาสลง window 7 ซะเลย  ในที่สุดก็หลุดพ้นจาก Vista ห่วยๆซะที  ช่วงนี้ที่เมลเบิร์นเป็นฤดูใบไม้ร่วงค่ะ อากาศดีทีเดียว มีแดดออก แต่อุณหภูมิต่ำ ประมาณ 12-20 องศา ช่วงกลางวัน  ก่อนจะเข้าฤดูหนาว ก็เลยอ้อนวอนแกมบังคับว่าเราจะต้องไป Great Ocean Road กันซะที  จากบ้านก้อยขับรถไปประมาณ 3-4 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือก คำว่า Great Ocean Road ก็มีความหมายตรงตัวเลยค่ะ เพราะหากเราเลือกขับไปเส้นทางนั้น ก็จะเห็นแนวเขาหินทรายและมหาสมุทรตลอดทาง ซึ่งยาวมากๆ เส้นทางคดเคี้ยวท้าทายทั้งคนขับ และคนนั่ง ว่าใครจะเมารถก่อนกัน  แต่หากใจไม่สู้ และอยากล่นเวลา ก็ให้เลือก Princess Highway แทนค่ะ ย่นระยะทางได้ประมาณชั่วโมงนึงแน่ะ

ก้อยเลือกเส้นทางลัดค่ะ อยากไปถึงเร็วเพราะบ้านก็ไกลอยู่แล้ว แถมคนขับรถก้อยก็เมารถง่าย ขับเอง เมาเองก็ได้ พึ่งเคยเจอเหมือนกัน  เค้าว่าเส้นทาง  Great Ocean Road จะมีคนที่มาขับรถแข่งกะเราเรื่อยๆ แบบอยากลองของ ให้นึกถึง เทือกเขาอากินะใน  Fast & Furious 3  ประมาณนั้น และที่สำคัญ ถึงแม้ว่าเราเปลี่ยนใจกลางทาง อยากใช้ไฮเวย์ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีที่กลับรถค่ะ ต้องทนขับไปประมาณชั่วโมงกว่าๆๆๆ บางทีก็สองชั่วโมงกว่าๆๆๆ กันทีเดียว  จากภาพแรกที่เห็น วู้ๆว้าวๆ ตื่นเต้นดีใจที่ได้เห็น ก็เริ่มชินกับความสวยไปเรื่อยๆ จนในที่สุดจะคิดว่าเมื่อไหร่จะหมดซะทีเนี่ยยยย  เมื่อไหร่จะถึงซะทีเนี่ยยยยย  จุดที่เป็นจุดท่องเที่ยว ที่เค้าจอดถ่ายรูปกันนะคะ ฮิตมากๆเลยคือ twelve apostles ซึ่งตอนนี้เหลือ 8 apostles แล้ว Apostles  ก็คือไอ้ยอดแหลมๆ ทีอยู่ตรงกลางชายหาดน่ะค่ะ เป็นเขาหินทรายที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนแยกตัวออกมา  ซึ่งน้ำทะเลก็จะกัดเซาะไปเรื่อยๆ หายไปเรื่อยๆ เค้าว่าไม่แน่อีกสิบปีข้างหน้าอาจไม่มีแล้ว  ยังไงก็รีบไปดูกันนะคะ  ข้างล่างนี่เป็นรูปจาก Twelve Apostles ค่ะ




จุดที่สองนี่ก้อยว่าน่าสนใจกว่า เพราะค่อนข้างใหญ่ The Loch Ard Gorge ตั้งชื่อตามผู้ที่เดินเรือมาเทียบเป็นคนแรก (เค้าว่างั้นอะค่ะ) เป็นท่านลอร์ดเชียวนะ เค้ามีป้ายให้อ่านค่ะ เรื่องยาวมาก มีหลายเรื่องด้วย มีหลายคนเรือแตกมาเกยที่นี่ ทั้งรอดชีวิต และไม่รอด เยอะเลยค่ะ  ที่ The Loch Ard Gorge นี่มีทางเดินธรรมชาติแบบ natural walk about  และป้ายบอกตามทางว่าตัวอะไรเป็นอะไรเผื่อเราเจอ  เท่าที่เห็นก้อยเจอหนู ค่อนข้างมั่นใจว่ามันคือหนู 1 ตัวเท่านั้นค่ะ  ที่ The Loch Ard Gorge นี่ปีที่แล้วพึ่งจะมีส่วนของเขาหินทรายที่ทลายลงไป จากตอนแรกที่มีรูปร่างคล้ายสะพาน ส่วนที่เป็นสะพายก็หายไปทั้งแถบเลยค่ะ  อ้อ ที่ The Loch Ard Gorge นี่มีทางเดินลงไปที่ชายหาดด้วยนะคะ ที่ Twelve Apostles ก็มีเหมือนกัน แต่สูงกว่า และเล่นน้ำไม่ได้  แต่ที่ The Loch Ard Gorge นี่เห็นมีครอบครัวออสซี่พาลูกมาเล่นน้ำครอบครัวนึง เค้ามีป้ายเตือนเหมือนกันค่ะว่าห้ามเล่นน้ำ และห้ามยืนใกล้หน้าผา เพราะว่าคลื่นแรง และมันอาจจะถล่มลงมาได้  ข้างล่างนี่เป็นภาพจาก The Locj Ard Gorge ค่ะ เป็นชายหาดที่ลงไปเดินเล่นมา สวยมากๆค่ะ



สำหรับเพื่อนๆที่วางแผนจะไปเที่ยวนะคะ ทั้งสองที่อยู่ใน Port Campbell National Park ค่ะ จริงๆมีอีกที่นึงในปาร์คนี้ แต่ก้อยไม่ได้ไป เพราะว่าพระอาทิตย์ตกแล้วต้องรีบกลับบ้าน  ถนนมืดมากค่ะ ไม่มีไฟตามทาง เพื่อนๆที่จะไปเที่ยวแนะนำว่าออกเดินทางแต่เช้าก็ดีค่ะ พอดีก้อยตื่นสาย แถมแวะกินแมคกลางทางอีก กว่าจะไปถึงก็โน่นแน่ะ เกือบสี่โมงเย็น แต่ละจุดต้องขับรถไปถึงกันค่ะ ถ้าไม่ได้ขับรถมาเอง เค้าก็มีทัวร์นะคะ ทั้งทัวร์ฝรั่ง ไทย จีน เยอะเลย ถ้ามากับทัวร์เค้าจะพาขับมาทาง Great Ocean Road ค่ะ เเต่เตรียมถุงไปเผื่อคนข้างๆนะคะ เพราะว่าเส้นทางนั้น เมารถกันทุกรอบ เตรียมยาแก้เมารถไปด้วยก็ดีค่ะ  ช่วงนี้อากาศดี รีบไปเที่ยวนะคะ หน้าหนาวจะหนาวมาก ฝนตกลมเเรง  ช่วงนี้มีแดด ถึงจะอากาศหนาว แต่ก็ยังเที่ยวได้อย่างมีความสุขค่ะ


อีกอย่างนึงที่ก้อยชอบมากที่นี่ก็คือระบบจัดการขยะค่ะ

ที่นี่แยกขยะกันแบบจริงจัง เเบ่งเป็นขยะ รีไซเคิล และขยะหนัก

รถขยะจะมาเก็บทุกอาทิตย์ รีไซคลิ่งทุกสองอาทิตย์ และขยะหนักจะมาเดือนละครั้งค่ะ  ขยะหนักก็จำพวกเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าพังๆ บางทีเอาออกมาวาง ก็มีคนเก็บไปใช้ต่อ ฮ่าๆ

รถเก็บขยะที่นี่จะมีคนขับหนึ่งคน กะมือคีบใหญ่ๆที่ติดมากับรถคอยคีบถังขึ้นไปเท  ทุกอาทิตย์เราก็ลากถังของเรามาไว้หน้าบ้านตอนกลางคืน ตอนเช้ารถก็จะมาเก็บค่ะ แล้วก็ลากกลับไปเก็บได้ แต่ละพื้นที่รถจะมาเก็บต่างวันแตกต่างกันไป  รถเก็บขยะที่นี่ดีค่ะ ดูสะอาด ไม่มีกลิ่น และไม่ทิ้งเศษขยะไว้ให้น้องหมามาคาบไปเล่น  จากในรูป เป็นรถเก็บขยะรีไซเคิลค่ะ ฝาถังสีเหลือง รถขยะมาเก็บไปเรียบร้อย ถังก็ถูกลากไปเก็บเรียบร้อย ก้อยถ่ายจากในบ้าน เห็นมุ้งลวดด้วย 555  สังเกตได้ว่ามีหลายถังหน้าบ้าน จริงๆเป็นของเพื่อนบ้านที่ไม่เคยคุยกันเลย 555 บ้านก้อยเป็นทาวเฮ้า มันก็เลยติดกันอย่างนี้ มีสวนหลังบ้าน มีคนสวน (ที่ไม่เห็นทำสวนเลย) มาคอยเดินลากถังให้ (บางอาทิตย์ก็ไม่ยอมลาก ขยะก้อยก็บูด เซ็งเป็ด) ที่นี่คนค่อนข้างมีวินัยค่ะ เค้าไม่ค่อยทิ้งขยะมั่วถัง ถังใครถังมัน (เคยแอบเจอมั่วครั้งนึง แค้นๆๆๆ)  ประเทศไทยน่าเอาระบบนี้ไปใช้บ้างนะคะ ดูดี มีระเบียบ บ้านเมืองสะอาด เย้


ช่วงนี้ฝึกงานเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ (ตั้งใจจบโปรแกรมด้วยตัวเอง หุหุหุ) แล้วก็กลายมาเป็นคนตกงานอยู่บ้าน  เข้า seek.com เป็นว่าเล่น อาทิตย์ที่แล้วไปสัมภาษณ์งานมา บริษัทคนไทยกันเองแท้ๆ ไม่น่าเอาเปรียบกันขนาดนั้น เสนอเงินเดือนให้ก้อยน้อยกว่าไปทำร้านอาหารอีก (อันนี้พูดจริงๆค่ะ) บรรยายไม่ถูกว่าเสียใจ หรือว่าเจ็บใจกันแน่ สรุปก้อยก็ต่อรองไปแต่ทางนู้นเค้าเงียบ ก็คงไม่อยากได้ก้อยแล้ว คงเห็นว่าอีนี่เรื่องมาก เอาเปรียบขนาดนั้นก็ไม่ทำดีกว่า ชิส์ (แล้วก็มานั่งตกงานอยู่บ้านอย่างนี้ไง)

พอเห็นว่ามีเวลาว่างเยอะ คุณเคนนี่ก็จัดการบุ๊ค golf  lesson ให้เสร็จสรรพโดยไม่ยอมฟังคำคัดค้าน จัดการให้ก้อยไปฝึกตีกอล์ฟ เนื่องจากเป็นกีฬาทุนสูง ประกอบกับก้อยไม่มีทุน ก็เลยขอยืมคลับของเคนนี่นี่แหละไปฝึก เค้าว่าผู้หญิงก็ควรใช้คลับของผู้หญิง แต่ทำไงได้ก็มันแพงนี่นา หึหึ หยวนๆหน่อย ฝึกของผู้ชายนี่แหละถึกดี กอล์ฟนี่ดูเหมือนจะง่ายนะคะ แต่จริงๆไม่ง่ายเลย ก้อยตีผิดตีถูกอยู่นาน ในที่สุดวันแรกก็ยอมแพ้  คุณเทรนเนอร์บอกว่าขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ขยันซ้อมเข้า

ตอนฝึกตีจะยังไม่ได้ไปลงสนามค่ะ จะเป็นคล้ายๆลู่มี mat กับ tee ให้เราลองฝึกตีอย่างเดียว เเรกๆก็ฝึกแบบ on tee ถ้ามั่นใจแล้วก็ on ground ได้เลย  ส่วนเรื่องคลับกอล์ฟมีเยอะมากๆๆๆ ขึ้นอยู่กับองศาและระยะทางที่เราต้องการให้ลูกไปตก หลักๆก็มี driver เป็นไม้ยาวๆ หัวโตๆ  มีสีสัน ใช้สำหรับตีลูกแรกในระยะทางที่ไกลที่สุด iron เป็นคลับที่ละเอียดที่สุด สีเงินๆ มีมันตั้งแต่ 2-9 แตกต่างกันที่องศาและระยะทาง Hybrid เป็นไม้ลูกครึ่งระหว่าง Driver & Iron เค้าว่าอยู่ที่ประมาณ Iron 3 แต่ตีง่ายกว่าเยอะ ลักษณะเหมือน Driver ขนาดย่อส่วน Sand ใช้สำหรับตีในบ่อทราย Wage ใช้สำหรับตีบริเวณเนินก่อน green และสุดท้ายคือ Putter สำหรับพัดลูกให้ลงหลุมบน green นั่นเอง



สนามกอล์ฟที่นี่นกเยอะมากค่ะ ยังกะมาเที่ยวสวนนก บางที่มีจิงโจ้ป่า กะโคอะล่าให้ดูด้วย แต่ต้องระวังหน่อยพวกจิงโจ้นี้บางทีจะดุ ยกเว้นโคอะล่าที่หลับมันอย่างเดียว เวลาไปออกรอบ จะมีรอบละ 4 คน ถ้ามาไม่ครบบางที่ทางสนามจะจัดคนที่มาเดี่ยวๆมาเติมให้ ตอนเล่นนี่ต้องเร็วค่ะเพราะว่ากลุ่มถัดจากเราก็ตามมาติดๆ บางทีหาลูกไม่เจอก็ต้องยอมทิ้งมันไปเพื่อที่เค้าจะได้ไม่ต้องรอเรานานมาก ก้อยยังไม่เคยไปตีในสนามจริงๆ (ซึ่งคงอีกนาน) ที่ตามไปก็คือไปเป็นแคดดี้ให้  (ถ้าไม่ตามก็อยู่บ้าน เซ็งเป็ดอยู่คนเดียว) เค้าว่าถ้าก้อยโปรเมื่อไหร่จะได้ออกรอบกัน 4 คน พ่อเคนนี่ เคนนี่ น้องชาย และก้อย (ตอนนี้กลายเป็นน้องสาวคนสุดท้องไปแล้ว)




ไหนๆก็มา Melbourne ทั้งที ก็ต้องมาดู Australian Open สิคะ เป็นไปตามคาดว่าคนต้องเยอะมาก โดยเฉพาะเเมชคนดัง  แมชนี้เป็นของสองสาว Williams กะใครไม่รู้จำชื่อไม่ได้ - -"  คนเยอะมาก แล้วสองสาวก็เล่นดีมากๆ ตัวใหญ่มากๆด้วย  แล้วก็ชนะไปอย่างสวยงามสองเซตรวดตามความคาดหมาย

อีกแมชที่น่าเสียดาย ก้อยตั้งใจมาดูเต็มที่คือ De Potro แต่โชคไม่ดีวิ่งจนขาเจ็บ (เห็นเค้าเอาเบตาดีนใส่ที่นิ้วก้อย สงสัยเล็บขบ 555) ก็เลยเเพ้ไป แต่เป็นแมชที่สนุกมากเลยค่ะ สำหรับเพื่อนๆที่จะมาดูนะคะ แนะนำว่าครีมกันเเดดเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้  (ก้อยพลาดไปแล้ว)
จองตั๋วทางเน็ตล่วงหน้าสำหรับคนที่จะดูใน stadiums (แมชสำคัญๆ ก็จะอยู่ในนั้นแหละค่ะ) ตั๋วมี 3 ราคา $29, $50, $99 สำหรับ ground pass, Rod Rover Stadium และอีก stadium นึงจำชื่อไม่ได้ (แพงด้วย ไม่กล้าซื้อ เอาแค่ Rod ก็พอ) เพื่อนๆที่มีตั๋วของ staduim สามารถชมแมชของ ground pass ได้ด้วยค่ะ ground pass อยู่ได้ตลอดวัน และตลอดคืน แต่ stadium จะเป็นสองช่วง คือ กลางวัน กะกลางคืน



ในบริเวณงานมี Beer garden และ Live concert สำหรับคนที่อยากเฮฮา ดื่มไปชมไป มี Monitor ขนาดใหญ่หลายจุดสำหรับคนที่ไม่ไปดูที่คอร์ต แล้วก็สามารถนำอาหารเข้าไปทานในคอร์ตได้ค่ะ  ภายในงานมีร้านขายของที่ระลึกและอุปกรณ์เทนนิสลดราคา  ก้อยได้ตุ๊กตาลูกเทนนิสมาตัวนึง น่ารักมาก ขนาดกำลังดีราคา $10 เท่านั้นค่ะ

ยังมีเวลาถึงสิ้นเดือนนี้นะคะ ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว ไม่อยากให้พลาดค่ะ ยังมีสักเทนนิสเจ๋งๆอีกเพียบ แต่ De Potro ของก้อยร่วงไปแล้ว T-T  





อันนี้เป็นรูป Australia day ปีที่แล้วที่บริษัทจัดค่ะ เลยอยากจะชวนเพื่อนๆมาสนุกด้วยกัน event นี้ฟรีค่ะ จัดที่ Fed Square เวลา 5 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม มีคอนเสริต การเเสดงต่างๆจากทั่วโลก ที่เด่นๆก็ Bollywood, Africa, Chinese dancing, French,Italian, Circus, Comady, Hip Hop fusion...etc.   ใครที่ยังไม่เคยเห็นการแสดงของ Aboriginal ก็มาดูได้ค่ะ กลุ่ม Western Creation เป็น indigenous ที่มีชื่อเสียงที่นี่ ตลอด 4 ชั่วโมงมีทั้งหมด 36 การแสดงค่ะ Fed Square อยู่ตรงข้ามกับ Flinder Street station ค่ะ งานเข้าฟรี ถ้าเพื่อนๆว่าง หรือเบื่อๆก็มาแก้เซ็งได้ค่ะ คนอาจจะเยอะหน่อยเพราะว่าเป็น Plublic holiday (แต่ก้อยต้องไปทำงาน เลิกดึกอีกต่างหาก หุหุหุ)





งานที่ 2 นะคะ เป็นคอนเสริตบวกการเเสดงริมแม่น้ำ Yarra จัดทุกวันอาทิตย์ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ค่ะ เป็น Summer Concert  งานนี้เข้าฟรีเหมือนเดิมค่ะ สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศชิวๆ สบายๆ งานนี้เหมาะค่ะ 

ก้อยโพสไว้ในห้อง here we are in OZ ด้วย เข้าไปดูรายละเอียดได้ค่ะ

งานนี้ก้อยไปเป็นท staff วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาค่ะ แค่วันเดียวแล้ว หวังว่าจะได้เจอเพื่อนๆนะคะ   





ไม่รู้เหมือนกันว่าก้อยอารมณ์ไหน อยู่ๆก็อยากทำลูกชุบ (ไม่ได้อยากกินเท่าไหร่ด้วย) ก็เลยลอง google ดูค่ะ ไม่ยากเลย ส่วนผสมก็ไม่มากค่ะ มีแค่ถั่วเขียวแบบไร้เปลือก น้ำตาล กะทิ สีผสมอาหาร แล้วก็วุ้นผง

วิธีทำนะคะ 1.แกะห่อถั่วเขียวชนิดไร้เปลือก ไม่ต้องห่อใหญ่ค่ะ เอาแบบเล็กๆ ล้างให้สะอาด หลายๆรอบก็ได้ แล้วก็แช่น้ำไว้ค่ะ ถั่วจะพอง ถ้ามีเวลาก็แช่นานได้ค่ะ ข้ามคืนก็ได้ไม่มีปัญหา ไม่มีเวลาก็ไม่ต้องแช่ก็ได้ค่ะ ต้มเลยก็ได้แต่จะต้มนานหน่อย  2. ต้มถั่วที่ล้างสะอาดแล้วกับน้ำ ไม่ต้องเยอะมากเอาแค่พอท่วมถั่วค่ะ ต้มไปเรื่อยๆจนถั่วนิ่มมากๆ แล้วก็เทน้ำทิ้งค่ะ

3.บดถั่วให้ละเอียด ถ้าเราต้มนานก็จะบดง่ายค่ะ

4.ผสมน้ำตาล กับกะทิ (ใช้กะทิกล่องได้ค่ะ) กะทิประมาณ 1 กล่องครึ่ง กับน้ำตาลประมาณครึ่งกล่องกะทิ (ถ้าชอบหวานก็เพิ่มได้ค่ะ)  ตั้งไฟอ่อน คนจนละลายเข้ากัน

5.ผสมน้ำกะทิกับถั่ว ค่อยๆเทและกวนไปในทางเดียวกัน กวนไปเรื่อยๆจนถั่วแห้งและเนียน

6.รอจนเย็นก็ปั้นได้ค่ะ จากนั้นก็ระบายสีตามใจชอบ

7.ผสมผงวุ้นกับน้ำและตั้งไฟอ่อน คนจนละลายเข้ากัน และวุ้นใส

8.นำลูกชุบของเราเสียบไม้แล้วก็ไปจุ่มในน้ำวุ้นได้เลยค่ะ จุ่มสัก 2-3 ครั้งก็จะได้ลูกชุบสีสันเงางาม

ก้อยลองทำครั้งแรก ถั่วกวนออกมาดีมากค่ะ ด้วยความโลภอยากได้สวยๆเลยซื้อสีผสมอาหารมาซะเยอะ อยากได้มังคุด ส้ม เชอร์รี่ มะม่วง ข้าวโพด ดอกไม้ สตรอเบอรี่ กะว่าแหล่มเลย เอาเข้าจิงก้อยปั้นไม่ได้ 555 นึกถึงตอนอยู่ประถมเวลาปั้นดินน้ำมันส่งครูก็ออกมาเป็นก้อนประหลาด อันนี้ก็เลยปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วก็ใช้วิธีเอาใบไม้มาเสียบเอา ใบไม้ก็เก็บเอาหลังบ้านนี่แหละค่ะ

ไอ้เขียวๆที่เห็น เดาว่าคงไม่มีใครรู้ว่ามันคือมะม่วง 5555 มันเป็นก้อนเบี้ยวๆ แล้วก็เขียวสยองมาก จานนี้ทั้งจานก้อยยกไปให้เพื่อนที่บริษัท (ตื่นเต้นกันใหญ่เพราะไม่เคยเห็นของจริงที่มันดูดีกว่านี้ 555) สนุกดีค่ะ ลองทำดูนะคะ


กลับมาแล้วสำหรับ Road Trip to Sydney ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ไปฉลองคริสมาสต์กะเพื่อนๆในเวป แต่ก็ได้ไปทานข้าวกะพี่เกมส์และคุณดาว  แวะมาเล่าประสบการณ์ที่ซิดนีย์ให้ฟังจากที่ไปเที่ยวมาประมาณเกือบอาทิตย์

ออกเดินทางจาก Melbourne ประมาณ 10.30 น จากตอนแรกที่ตั้งใจว่าจะไม่เกิน เก้าโมงเช้า (แต่ว่าตื่นสาย) จุดมุ่งหมายแรก คือ Marimbula เป็นเมืองเล็กๆชายแดน NSW มีชายหาดนิดหน่อย แวะทาน KFC ที่ Lake Entrance ระหว่างทาง (เป็นจุดแวะพักที่น่ารื่นรมมาก) จากนั้นก็ขับรถยิงยาวไปถึง Marimbula Highway ที่ Victoria ค่อนข้างปลอดภัย เพราะว่าถนนจะเเยกเลนเหมือน Motorway บ้านเรา บรรยากาศคล้ายๆกัน ข้างทางเป็นท้องทุ่ง มีวัวบ้าง แกะบ้าง ม้าบ้าง แอบเห็นกวางกินหญ้า กะจิงโจ้และวอมแบทโดนรถชน T-T บางช่วงเป็นป่าต้นไม้สูงมาก บางช่วงเป็นทุ่งเป็นเนินเขาดูออกจะแล้งไปนิดนึง  ถึง Marimbula ประมาณสองทุ่มรีบเช็คอินแล้วออกไปกินข้าว หวังว่าเสร็จแล้วจะออกไปเดินสำรวจ ที่ไหนได้ กินข้าวเสร็จทุกอย่างปิดหมดกลายเป็นเมืองที่ตายแล้ว (ยังกะ House of wax แน่ะ) ก็เลยกลับที่พักไปนอนดูทีวีแทน ก้อยรู้สึกว่าที่นี่ไม่มี Asia เลย เค้าตื่นเต้นกันใหญ่ หุหุหุ

ออกเดินทางอีกทีประมาณสิบโมงครึ่งอีกแระ ที่พักที่นี่ส่วนใหญ่เช็คอินตอนบ่ายสอง เช็คเอาท์ตอนสิบโมง (สู้บ้านเราไม่ได้อีกแระ) เข้าสู่ Highway ของ NSW ก็คล้ายๆกัน ที่นี่จะมีช่วงให้แซงโดนเพิ่มเป็น 2 เลนจากเลนเดียว ไม่ต้องคอยลุ้นแบบบ้านเราว่าจะมีรถสวนมาตอนแซงอะป่าวหากถนนที่วิ่งเป็นแบบรถสวน  ทางขึ้นเขาจะเป็นเลนเดียวโดยที่อีกทางเป็น 2 เลนสวนมา พอเราลงเขาก็สลับกันเป็นฝั่งเรา 2 เลนอีกฝั่งเลนเดียวเพื่อให้มองเห็นรถที่วิ่งสวนมาตลอด ค่อนข้างปลอดภัยกว่าบ้านเรา แวะพักกิน Mc และเลี้ยวเข้า Woolongkong เขียนถูกป่าวหว่า ไปดูวัดจีนที่ใหญ่ที่สุดในออส (แหม ก็มากะคนจีนนี่คะ) ถึง Sydney โดยสวัสดิภาพ ทุลักทุเลไปนิดเนื่องจากขับรถไปคันเดียว ไปกันทั้งหมด 5 คน ตอนแรกว่าจะขับไป 2 คัน Mazda 2 & Mazda 3 หรือไม่ก็ Mazda 3 & Camry รุ่นเก่าแล้ว แต่ที่บ้านยืมรถคุณลุงมาเป็นโฟร์วีล Audi Q7 เจ็ดที่นั่ง (น้องชายคุณแฟนอยากขับมาก ไอ้เราก็เซ็งเลย รู้ชะตากรรมว่าทริปนี้มีเมื่อย) แล้วก็เป็นไปตามคาด เนื่องจากสัมภาระเยอะ ก็เลยพับที่นั่งเหลือแค่ 5  แบบรถปกติ ไอ้เราก็นั่งกลางสิ (ตามฐานันดร บวกความเกรงใจที่ติดรถเค้าไปเที่ยวฟรี) มีสลับกันเป็นระยะๆ ปัญหาของรถใหญ่คือจอดยากมากกกกก  โดยเฉพาะที่  Sydney ที่จอดรถแคบกว่า Melbourne แถมแพงกว่า สัญนิฐานว่าที่ดินแพงกว่า อีกประการคือรถยุโรป กลไกมันสลับกัน งงสิคับ  ที่ Sydney ถนนเป็นเเบบ one way แถมหลายแยกบอกว่าห้ามเลี้ยวขวา ใหม่ๆจะงงมาก พลาดไปแยกนึง ขับวนรอบเมืองเป็นวงกลมเลยค่ะ  โรงแรมที่พักอยู่ Gorge street ไม่รู้เขียนถูกป่าว ก้อยชอบมากเพราะรู้สึกเหมือนเป็นศูนย์กลาง ไปเที่ยวไหนก็เดินไปเอา วันแรกขึ้นรถไฟ หลังจากนั้นเดินอย่างเดียวเลย อิอิอิ  ได้ไปเที่ยว Taronga Zoo (เป็นสวนสัตว์ที่เจ๋งที่สุดเท่าที่เคยไปมา เจ๋งกว่า Melbourne Zoo หลายเท่า) จากสถานนีรถไฟนั่งเรือ Ferrie ไป แล้วก็ต่อ Cable Car จากสวนสัตว์วิวดีมากๆ มองเห็น Opera House กะ Harbor Bridge ด้วย ระหว่างนั่งเรือเราก็ได้รูปสวยๆของ Opera House และ Harbour Bridge ที่ Harbor Bridge มีทริปสำหรับคนอยากไต่สะพาน ให้เดินบนยอดสะพาน แปลกดีค่ะ  Sydney Aquium ถือว่าใช้ได้ แต่ที่โฆษณาว่าจระเข้ยักอะ ก้อยว่าเล็กกว่าบ้านเรา ไซด์นี้ปกติ แต่ที่ดีคือทำเลอีกนั่นแหละ Aquarium อยู่ที่ Darling Harbor สวยมากๆ คล้ายๆกับ Dockland ที่ Melbourne แต่ Sydney สวยกว่า (แต่ Casino ที่นี่ใหญ่กว่า 555)  สะพานที่ Darling Harbor เปิดเป็นระยะๆ ประมาณชั่วโมงละครั้ง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว (ตอนแรกคิดว่ามีเรือมาเหมือนกัน)  

Chinese Garden ก็ถือว่าปกติ เล็กไปหน่อย แต่ว่า China Town ใหญ่กว่าที่  Melbourne ค่ะ อีกที่ที่ก้อยชอบมากคือ The Rock รู้สึกว่าเป็นย่านสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ (แอบคิดถึง Gatlinburg ที่เมกา) แถมวิวดีอีกนั่นแหละ จากมุมนี้สามารถมองเห็น Harbor Brige และ Opera House สวยมากๆ ค่ะ  Sydney เป็นเมืองที่มีท่าเรือ มีแม่น้ำอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด โดยปกติฝนตกชุกกว่า Melbourne 35% แถมช่วงที่ก้อยไปพายุเข้าอีกก็เลยชุ่มฉ่ำกันเลยทีเดียว ขี้นไปบน Sydney Tower ก็เลยไม่ได้ดูอะไร (คนขายตั๋วใจดีบอกว่าเมฆบัง ก็เลยไม่ได้ซื้อตั๋วไปดู) Sydney มีชีวิตชีวามากค่ะ Asia เยอะกว่า Melborne โดยเฉพาะฮ่องกง กะเกาหลี ที่ Melbourne จะเน้นไปทาง จีน (ฮ่องกงเหมือนกัน) เวียดนาม (เยอะที่สุดในออส) แล้วก็กรีซ (เค้าว่าออสเป็นประเทศที่สองที่มีประชากรกรีซเยอะรองจากกรีก...) Sydney ชุ่มฉ่ำกว่า Melbourne ที่นี่ขาดแคลนน้ำค่ะ มีกฎหมายให้ประหยัดน้ำเช่น ห้ามล้างรถที่บ้าน (แต่เราก็แอบทำ) Sydney อาหารอร่อย (ชอบมาก) แล้วก็มีตัวเลือกหลากหลายกว่า Melbourne ค่ะ อย่างเช่นร้านเกาหลี หรือว่าญี่ปุ่น เมนูก็จะมีให้เลือกเยอะกว่าที่นี่ (แถมถูกกว่าอีกนี่สิชอบมาก) Sydney มี Food Court เยอะมาก (แถมอร่อยด้วย) Melbourne Food Court ห่วย

Sydney ตอนกลางคืนเดินเที่ยวมีหลายอย่างน่าสนใจกว่า Melbourne กลางคืนมีแต่ผับ  Sydney ย่าน Shopping Malls จะรวมกันเป็นกระจุก ที่ Melbourne แยกกันบ้าง หากันเอาเองนะ อิอิ  อีกอย่างคือ Melbourne พยายามขยายเมืองไปทาง Dockland แถบ Yara river ,Crown Casino นั่นแหละ พยายามจะให้เป็นเมืองท่าเหมือน Sydney แต่ว่าจริงๆแล้ว Melbourn ไม่ใช่เมืองท่าค่ะ เลยทำมะได้ อิอิ (ปล. Melbourne มี Aquarium ที่ Dockland เหมือนกันค่าาาาา) ไม่ว่าจะเป็น Sydney หรือว่า Melbourne ก้อยว่า Boxing day คนก็ล้นหลามเหมือนกัน ที่แน่ๆคือ พวกที่มา shopping นี่ส่วนใหญ่เอเชียค่ะ  ขากลับแวะค้างที่ Albury เป็นอีกเมืองชายแดน NSW ติดกับ VIC  เมืองไม่เล็กไม่ใหญ่ สงบสะดวกสบาย (เอเชียน้อยมากกกกกกก) ค้างหนึ่งคืนแล้วก็บึ่งกลับ Melbourne ค่ะ ถึงMelbourne เย็นๆ (แต่ว่าสว่าง) พักแปปนึงแล้วก็ออกไปซ้อมกอล์ฟ อิอิ

ปล.ขอบคุณพี่เกมส์ที่พาคุณดาวมาแนะนำให้รู้จัก แถมพาไปทานอาหารแนวมองโกเลียนที่ในเมนูมีชื่อก้อย (Koy) เต็มไปหมด 5555 ปล. 2 เคนนี่บอกว่าพี่เกมส์มีสไตลการพูดแบบผู้ใหญ่ ภูมิฐาน แล้วก็วางแผนดี (เค้ายกประโยชน์ว่าพี่เกมส์เป็น Gen X ไปโดยปริยาย)


Woohoo! ในที่สุดก้อยก็หาทางเขียน Blog ได้สำเร็จ และแล้วก็ได้เวลามาบรรยาย Melbourne อันเป็นที่รัก (ของก้อย)

มาอยู่นี่ตั้งแต่ต้นเดือนกันยา 2009 อากาศหนาวๆๆ ฝนตก มืดเร็ว ครบสูตรฤดูหนาว  ก้อยพักอยู่ Box Hill เป็นย่านคน Hong Kong  (เลยทำตัวเนียนๆ ไปกับเค้า  หน้าก็หมวยๆพอดูไถไปได้ แต่พูดจีนมะได้นะคะ)  Box Hill ค่อนข้างสะดวกสบายสำหรับก้อยนะคะ รู้สึกว่าเป็นศูนย์กลางของการเดินทาง ไปไหนก็รู้สึกว่าไม่ไกลค่ะ 

Box Hill ไป City ขับรถไปก็ประมาณ 15 - 20 นาที (แบบมีจอดไฟแดงตามระยะๆ) ถ้าไปรถไฟก็ 20-30 นาทีแล้วแต่ขบวนด่วนช้า

Box Hill ไป Chadstone เค้าว่าเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดใน Melborne (จิงๆสู้ Siam city กะ  Central world บ้านเราไม่ได้เลย) เพียงแค่ 15 นาที โดยรถยนต์ รถจะติดบ้างช่วงเข้าห้าง เค้าว่าช่วงคริสมาสต์จะติดยาวเป็นพิเศษ  แถมหาที่จอดรถยากมาก

Box Hill ไป Grandwaverly เป็นที่หากินของก้อยแห่งที่สองรองจากเมือง  อาหารอร่อยและหลากหลาย ขับรถไป 15 นาทีค่ะ

ตั้งแต่มาถึง Melbourne รู้สึกว่ามีหลายอย่างดีและไม่ดีปนกันไป  เด๋วจะลองเปรียบเทียบให้ดูนะคะ

1. shopping อันนี้สำคัญ  ที่นี่ห้างและร้านต่างๆปิดเร็ว วันธรรมดาปิด 5 โมงเย็น วันศุกร์เสาร์ปิด 3 ทุ่ม (เค้าเรียก late night shopping ไอ้เราก็ว่าเร็วอยู่ดี) แต่ช่วงคริสมาสต์บางที่ปิดเที่ยงคืน บางที่เปิด 24 ชั่วโมงค่ะ  ช่วงก่อนคริสมาสต์ sale เยอะ วัน boxing day ลดเยอะเป็นพิเศษ และ ช่วงหลังคริสมาสต์ก็ยังลดเยอะอีกอะค่ะ   ถ้าเป็นร้านของคนเอเชียก็จะปิดช้ากว่า อาจจะไม่ลดกระหน่ำแบบร้านฝรั่งแต่ก็มีลดบ้าง ที่สำคัญคือเปิดดึกกว่านี่แหละ (เอเชียขยันกว่า อิอิ) 
     ถ้ามา Melbourne ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเสื้อผ้า หรือว่าอาหารเลยค่ะ สามารถหาซื้อได้ตลอด เครื่องปรุงหรือว่าเครื่องเทศ หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านจีน กะตลาด เสื่อผ้าน่ารักๆก็มีตามร้านเกาหลี ฮ่องกง ถูกหน่อยก็ร้านจีน (ตามระเบียบ)

2.อาหาร อันนี้สำคัญมาก Melbourneเป็นเมือง Multicultural เรื่่องอาหารก็เลยเป็นแบบผสมผสาน นานาชาติ อยากกินชาติไหนก็เข้าร้านนั้น มีให้เลือกหลากหลายกว่าที่ไทยค่ะ ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม ฮ่องกง สิงคโปร์ กรีก อิตาลี ไทย มาเลย์ อินโด และอื่นๆ อาหารจานใหญ่ค่ะ แต่มาอยู่สักพักก็ชินไปเอง กะเพราะก้อยขยายตามไปเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าร้านก็ปิดเร็วเหมือนๆกะห้างอะค่ะ อันนี้แย่หน่อย

3.อากาศ Melbourne เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอากาศแปรปรวน มี 4 ฤดูใน 1 วันบ่อยไป  พยากรณ์อากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่ค่อนข้างแม่นยำ  ตั้งแต่อยู่มาอากาศหนาวสุดอยู่ที่ 4 องศา ร้อนสุดอยู่ที่ 41 องศา ค่ะ อุณหภูมิสามาถลดลง 15 องศาภายในวันเดียวกันได้  ช่วงไหนอากาศหนาวถ้าฝนตกลมแรงจะรู้สึกนรกมาก  แต่ตอนนี้เป็นช่วง spring อากาศดี (บางวัน) บางช่วงยังมีฝนตก แล้วก็หนาว บางวันร้อนตับแลบตัวแทบไหม้ ที่ออส UV แรงค่ะ และบางคนประสบปัญหาแพ้เกสร เรียกว่า Hayfever สะกดถูกป่าวหว่า  คือช่วงฤดูนี้ ดอกไม้จะบานเยอะมาก พอลมพัดก็จะพัดเอาเกสรดอกไม้คลุ้งไปด้วย  บางคนไม่เคยแพ้ มาอยู่นี่สักพักก็แพ้ได้ บางคนอยู่เป็นปีๆ ถึงแพ้ก็มีค่ะ อาการจะเป็นแบบ จามบ่อยๆ น้ำมูกไหน คันตา ประมาณนั้น  บางคนเป็นโรคผิวแห้ง Ixima สะกดไม่เปนอีกนั่นแหละ แบบว่าร้อนก็คัน หนาวก็คัน อันนี้ก้อยเป็นมานานแล้ว เค้าว่าเราจะเป็นแค่อันใดอันหนึ่ง แต่คนที่นี่ส่วนใหญ่แพ้เกสรกันอะค่ะ

4.การเดินทาง Melbourne ค่อนข้างสะดวกสบาย ส่วนใหญ่เดินทางโดยรถไฟค่ะ ตอนนี้พึ่งเปลี่ยนบริษัทที่มาควบคุมรถไฟจาก connect เป็น  metro ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นระบบที่ดีขึ้น metro เป็นบริษัทที่ควบคุมดูแลระบบรถไฟที่ Hong Kong และ UK ซึ่งประชากรที่นู่นพึงพอใจมาก (เป็นทางการกันเลยทีเดียว) หวังว่าคงไม่ประสบปัญหา delay 20 นาที อีกต่อไป  เรื่องรถเมลล์ ก็มาตรงเวลาค่ะ ช้าเร็วนิดหน่อยไม่น่ารำคาญ รถเมล์ใหม่สะดวกสบาย ปลอดภัย ไม่มีกะเป๋าโหด ใช้ตั๋วโดยสารเดียวกะรถไฟค่ะ  ที่นี่ตั๋วเป็นแบบราย 2 ชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี แล้วแต่ความสะดวกและจำเป็น แบ่งพื้นที่เป็นแบบ โซน 1 และ 2 ตามความใกล้ไกลเมือง (Box Hill เป็นสถานีแรกของโซน 2) ถ้าอยากขับรถก็สามารถหาเช่ารถ หรือซื้อรถที่นี่ได้ค่ะ ราคาพอๆกับเมืองไทย อาจจะงงสัญญาณไฟนิดหน่อย แต่ไม่ยากมาก (ก้อยยังงงอยู่) มาเตอร์ไซค์ไม่เยอะ รู้สึกปลอดภัยกว่า

5.การทำงาน Melbourne เน้นเรื่องประสบการณ์ทำงานมากค่ะ และรับสมัครโดย resume เรื่องงานก้อยไม่ค่อยเชี่ยวเท่าไหร่เพราะว่าตอนนี้ไม่ได้ทำงาน ก้อยทำ internship อย่างเดียวก็หมดแรงข้าวต้มไปแล้ว เเต่ว่าถึอว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี เพื่ออนาคตในการหางานของก้อยค่ะ ที่สามารถแนะนำได้คือ เตรียมตัวให้พร้อม มีความมั่นใจ แล้วก็กล้าๆหน่อย จากนั้นก็ลุยไปเลย 6.Melbourne เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวามากค่ะ มีเทศการอยู่ตลอด คอนเสิรต ดนตรี การเเสดง นิทรรศการ ทุกอย่างตามใจปรารถนา บริษัทที่ก้อยฝึกงานเป็นบริษัทที่จัด event ต่างๆ ทำให้ก้อยรู้ข่าวสารว่าที่ไหนมีเทศการไรบ้าง บางที่ก็เข้าฟรี บางที่เสียค่าผ่านประตู บางที่ถ้าเราจัดเองก็ได้ตั๋วฟรี ถือว่าเป็นกำไร (จากการทำงานฟรีให้เค้า) เนื่องจาก Melbourne เป็นเมืองที่ผสมผสานไปด้วยหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม ทำให้ง่ายต่อการปรับตัวในการอยู่อาศัยค่ะ จริงๆคือ เค้าไม่สามารถแยกได้ว่าเราเป็นคนที่มาใหม่ หรือ เป็น local ที่เกิดในพื่นที่ หรือว่าย้ายมาอยู่นานมากแล้ว ซึงง่ายกับเราในการวางตัวค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องพวกเหยียดสีผิดเท่าไหร่ แต่ว่าควรหลบเลี่ยงบริเวณ night club ช่วงดึกๆวันศุกร์เสาร์ เนื่องจากพวกเมาขาดสติ บางครั้งในรถไฟดึกๆก็จะมีพวกนี้อยู่บ้าง ต้องระวังตัวค่ะ แต่ว่าโชคดีที่ตอนนี้ทางออสกวดขันเรื่องนีเป็นพิเศษ ส่งกำลังตำรวจเพิ่มเติมช่วงกลางคืนวันศุกร์เสาร์ เพื่อควบคุมคนประเภทสร้างความเดือดร้อน แล้วก็เพิ่มความปลอดภัยให้พวกเราค่ะ 7. Entertainment อันนี้สู้บ้านเราไม่ได้ อย่างเรื่อง internet ที่นี่จำกัดการ download เป็น GB สำหรับ hi speed รายเดือน ขัดใจมากมาย พวก show หรือว่าสถานที่สังสรรค์ ก้อยว่าเอเชีย create กว่า และน่าตื่นตาตื่นใจกว่า  night club ยังไม่ได้ลอง no comment ค่ะ  สวนสัตว์บ้านเราเจ๋งกว่า Melbourne Zoo ไม่ค่อยมีสัตว์ แต่กว่าตกแต่งเหมือนเดินป่าจริงๆ ปัญหาคือ หาสัตว์ไม่เจอ เพราะว่ามันหลบได้เยอะ
Puffing Billy รถไฟโบราณของเค้า ก้อยว่าโอเค สำหรับคนที่ชอบไป Chill out
สวนสนุก ก้อยว่าบ้านเราสนุกกว่า 555 ของเค้าได้บรรยากาศแต่ว่าค่าเล่นแพง (ใจไม่สู้) สรุปว่า Melbourne มีหลายๆอย่างที่ทั้งดีและไม่ดีเทียบกะบ้านเรา แต่โดยส่วนตัวก้อยถือว่า Happy กับที่นี่นะคะ ขึ้นอยู่กับทัศนคติและการปรับตัว พรุ่งนี้จะไปฉลองคริสมาสต์ที่ Sydney แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังค่ะ 


ประกาศ ต่างๆ

ป้ายบอกทาง

Thaiwahclub Classifieds


Re:housekeeping brisbane
โดย double a วันที่ 8.2.2012 13:23 ผู้ชม 7
รับสมัครพนักงานเสิร์ฟ และ เชพ Full Time/Part Time
โดย ร้าน St.Louis Cafe สาทร วันที่ 8.2.2012 0:06 ผู้ชม 1
รับคนเก็บผลไม้
โดย นา รัตนเพ็ชร วันที่ 31.1.2012 14:59 ผู้ชม 7
ร้าน take away(Melbourne) รับสมัครพนักงาน
โดย Everythings วันที่ 31.1.2012 13:26 ผู้ชม 72
หางานฟาร์มหรืองานโรงงานใน QLD ทำครับ
โดย Aekky วันที่ 28.1.2012 16:25 ผู้ชม 65
Re:หาคนทำงานฟาร์มองุ่นจำนวนมาก งานเริ่มปลายพ.ค. -ต.ค.
โดย Aekky วันที่ 28.1.2012 16:07 ผู้ชม 193
Re:ต้องการคนงานไปทำงานที่ออสเตเรีย
โดย Aekky วันที่ 28.1.2012 16:07 ผู้ชม 121
Re:หาคนทำงานฟาร์ม ด่วนๆ
โดย Gee วันที่ 26.1.2012 0:21 ผู้ชม 26
Re:รับสมัคร housekeeper
โดย น้ำหวาน วันที่ 21.1.2012 14:49 ผู้ชม 10
lekpram@hotmail.com
โดย จูน วันที่ 18.1.2012 10:55 ผู้ชม 2
Re:รับสมัครคนมา Prunning องุ่นด้วยกันค่ะ
โดย ptkung วันที่ 12.1.2012 6:14 ผู้ชม 1499
ขอสอบถามเพิ่มเติมครับ
โดย Thanongsak วันที่ 10.1.2012 9:54 ผู้ชม 5
รับสมัครงานร้านอาหารไทย ในเมลเบิร์น ออสเตรเลีย
โดย fang วันที่ 8.1.2012 21:50 ผู้ชม 16
ร้าน supermarket ที่เพิร์ธ รับสมัครพนักงานด่วนค่ะ
โดย 3N วันที่ 8.1.2012 13:44 ผู้ชม 3
รับสมัคร Therapist และ Service staff
โดย touche วันที่ 6.1.2012 16:28 ผู้ชม 9
ห้องว่าง สำหรับผู้หญิง $ 100 ต่อคน (BRISBANE)
โดย bobotaro วันที่ 8.2.2012 6:28 ผู้ชม 5
Re:Share house : Share room - Perth
โดย YinG วันที่ 7.2.2012 19:14 ผู้ชม 0
Re:ห้องใหม่ว่าง Master, Second และ Living ตึกโมเสค
โดย กฤษ วันที่ 18.1.2012 11:02 ผู้ชม 2
ห้องว่างให้เช่า templestowe Melbourne Vic
โดย fang วันที่ 8.1.2012 21:57 ผู้ชม 4
หาคนแชร์ห้องระยะสั้น14jan-17 feb soutbank melboune
โดย KOOK-KAI วันที่ 5.1.2012 16:45 ผู้ชม 2
หาห้องพัก Victoria street
โดย nuuunui วันที่ 4.1.2012 17:56 ผู้ชม 123
ห้องว่าง Springvale,Melbourne $90 ต่อวีค
โดย anna วันที่ 30.12.2011 19:56 ผู้ชม 8
มีห้องว่างใกล้ melbourne เข้าอยู่ได้เลย 700/month รวมทุกอย่าง
โดย jay jayz วันที่ 20.11.2011 20:08 ผู้ชม 12
หาห้องว่างให้เช่า Christchurch ด่วนครับ
โดย incubus_husky วันที่ 13.11.2011 11:17 ผู้ชม 1
Renting Room
โดย Peach วันที่ 13.11.2011 9:29 ผู้ชม 7
ห้องว่างให้เช่าค่ะ
โดย พีช วันที่ 13.11.2011 9:28 ผู้ชม 6
Re:ห้องว่างส่วนตัวให้เช่า 2 ห้อง ( Melbourne )
โดย kk วันที่ 10.11.2011 4:54 ผู้ชม 1134
Re:ห้องว่างส่วนตัวให้เช่า Melbourne $500/ เดือน รวมบิล
โดย oomlet วันที่ 9.11.2011 15:59 ผู้ชม 1247
Re:ห้องว่างให้เช่าในเมลเบิร์นตรงข้าม Flinder street station
โดย เจี๊ยบ วันที่ 7.11.2011 21:57 ผู้ชม 30
ห้องว่าง สำหรับผู้หญิง $ 100 ต่อคน (BRISBANE)
โดย bobotaro วันที่ 4.11.2011 21:53 ผู้ชม 208