++ อีกหนึ่งปีในออสเตรเลีย ฝันบ้า กับความรัก(บทที่หนึ่ง)++
Posted by: admin
in บล็อกส่วนตัว
on 03, Jan 2010

ตอนตกลงใจว่าจะมาออสเครเลียเพื่อ work and holiday หลังจากสี่ปีที่เหน็ดเหนื่อยตระเวณทำงานท่องเที่ยวอยู่สองทวีป ฉันเองก็สองจิตสองใจ ใจหนึ่งอยากหยุด อีกใจหยุดไม่ได้
ออสเครเลียหรือ ไม่ได้ใฝ่ใจอะไรมากมาย จะว่าปลื้มไหม ตอบได้ว่าเฉยๆ
แต่ในเมื่อมีโอกาสก็คว้าไว้ ให้ได้มาเห็นมาดู ข้อดีข้อเสีย เรียนรู้ชีวิตและวัฒนธรรม
ยังมีความฝันบ้าๆที่ยังหลงเหลือค้างคาอยู่ในใจ เมื่อยังรุ่นๆ ( ใครบอกสามร้อยห้าสิบปีที่แล้ว อยากบอกว่าให้เงียบๆไว้ก่อนนะที่รัก) เคยคิดฝันอยากมาเรียนด้านการแสดงที่นี่ วาดฝันไว้ดิบดีว่าประเทศนี้การละครเวทีต้องอลังการยิ่งใหญ่กว่าใคร
โอเค ตอนไปฝรั่งเศสเห็นเมอแรงรูจ ตอนอยู่เยอรมันได้ดู Mama Mia ความคิดฝันเรื่องนี้ในออสเตรเลียจึงหดหายไปโขอยู่ เพราะที่ยุโรปมันตระการกว่ามาก แต่พูดถึงศิลปะ ที่นี่มีส่วนผสมเกี่ยวพันกับชนเผ่าอะบอริจินีส ฉันอดใจรอเพื่อมาดูมาเห็นแทบไม่ไหว ฝันบ้าเรื่องผู้คนอีกเล่า ฉันเคยคิดฝันไว้ว่าต้องเป็นเช่นนี้ เช่นนั้น อ่านหนังสือร้อยพันเล่มเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ออสเครเลีย หนังสือไทยและเทศ นิยายเรื่องยาวและเรื่องสั้น ก่อนเมื่อคิดจะมาร่ำเรียนในเกาะนี้
มื่อพูดถึงออซซี่ ฉันเคยหลับตามองเห็นคนผิวขาวรุ่นบุกเบิก เหมืองแร่ทอง บูทถึงเข่า หมวกคาวบอย แผงอกหนา แจ็กการูและจิลการู ไร่สวนสุดลูกหูลูกตา ผู้คนยิ้มให้มีไมตรี ส่งน้ำตาลให้กันและกัน อย่างที่ใครๆ บอกว่า ออซซี่เป็นฝรั่งบ้านนอก หรือฝรั่งภูธร เช่นนั้นก็ไม่ควรเหมือนกับฝรั่งยุโรปที่ถือสิทธิส่วนบุคคลมีช่องว่างมากมายต่อกันและกัน
ฉันฝันบ้าไปเพื่อมาเห็นว่า มันไม่มีจริงเท่านั้น
ฉันมาเพื่อได้เห็นว่าศิลปะที่ควรมีถูกลบเลือนหายไปด้วยน้ำมือของออสซี่รุ่นใหม่ การละครเวทีที่นี่หาจุดยืนของตนเองยังลำบาก ศิลปบนผนังมีแต่ขยะเป็นส่วนใหญ่ อะบอริจินีสถูกกันอยู่ในซอกหลืบของสังคม กลายเป็นชนเผ่าติดยา ที่ถูกบำเรอจากรัฐบาล ไม่มีโอกาสแม้แต่จะช่วยเหลือตนเอง ฉันมาเพื่อที่จะเห็นว่าสิ่งดีๆ หลายอย่างที่ฉันเคยได้ยินมาหดหายไปด้วยความจำเป็นในชีวิตแต่ละวันอย่างน่าเศร้าใจ
แม้แต่ชาวนาออซซี่เอง ก็มีไม่น้อยที่เริ่มหาทางเอารัดเอาเปรียบทุกแง่มุม ชีวิตฮิปปี้ในฟาร์มแบบจิลการูไม่มีอีกแล้วในทุกวันนี้ ชีวิตในเมืองก็ต้องระวังระแวงความปลอดภัยที่อาจถูกริดรอนจากพวกขี้เมาหรือติดยา คืนวันศุกร์กลายเป็นคืนอันตราย เที่ยวก็ต้องดูหน้าดูหลังบ้าง ไม่เที่ยวเลยปลอดภัยกว่า
ฉันได้สำนึกเรื่องนึ้ด้วยตัวเองในวันที่ได้มาถึงประเทศนี้ระหว่างขึ้นแทรมไปที่พักจากสนามบิน อยู่ๆ ขี้เมาตัวใหญ่ก็หาเรื่องเอะอะ ฟาดมือมาต่อยหน้าแชด (เฉียดฉันไปนิดเดียว) ทั้งที่เราสองคนไม่ได้นอน เจทแลค มีแบตแพคใหญ่บนหลังคนละอัน งุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า
ดรามาแบบนี้มีขึ้นบ่อยๆ จนทุกวันนี้เริ่มชิน ทั้งพวกแปลกๆที่มากรรโชกขอเงิน หรือแม้แต่พวกแปลกๆที่ป่วยขนาดพูดคนเดียว หรือพวกเหวอๆที่เดินตามฉันไปทุกฝีก้าวในสถานีรถไฟ
ฉันมาเพื่อได้พบว่า โอกาสมีน้อยลงในการได้งานหลายๆอย่าง แม้เศรษฐกิจจะก้าวหน้า แต่ประเทศที่บ้าไลเซ่นและ certificate ออกจะลิดรอนโอกาสหลายๆอย่าง ฉันมองเห็นหลายคนทดท้อเดินถอย แต่มีไม่น้อยที่อยู่สู้ และได้โอกาสดีที่คว้าไว้
ส่วนดีของประเทศนี้มีหลากหลายอย่าง ความเจริญก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง ความสวยงามที่บ่งบอกถึงเศรษฐกิจรุ่งเรืองของประเทศ เพื่อนบ้านออซซี่ที่เป็นคนชั้นกลาง (ทำงาน) ในแถบนอกเมืองยังมีแก่ใจจัดเลี้ยง เชิญพบปะ แลกของขวัญกันในโอกาสต่างๆ ถ้าหากไม่อยู่ในเมืองใหญ่ๆ ในเมืองเล็กๆ ยังมีคนเดินสวนกัน ทักทายยิ้มให้คนแปลกหน้าบ้าง ถึงแม้จะน้อยมากแต่ก็ยังใจชื้นบ้าง
ฉันตัดสินไม่เดินทางไปทั่วเหมือนอย่างเคย
เพราะตอนนี้ฉันมี "ความรัก" ต้องรักษา ฉันเพิ่งตกลงใจหมั้นกับแชด หลังจากเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันอยู่สองปี และตกลงใจทำวีซ่าคู่หมั้นไปอเมริกาเพื่อไปแต่งงานที่นั่นหลังจากหมดทริปออสเตรเลีย หนึ่งปีที่นี่เราอยู่เพื่อทำวีซ่าไปจากกงสุลอเมริกาที่ซิดนีย์ (เพราะสามารถขอ co sponsor ได้) เราทำงานหนักเพราะรู้ว่าต้องมีค่าใช้จ่ายอีกมากมายรอเราอยู่ หลังจากฉันได้พีอาร์หรือซิติเซ่นของอเมริกาแล้ว เราค่อยกลับมาแบ๊กแพคในออสเครเลีย (ถ้าหากอยากทำ) ก็ได้ ปีนี้จึงเป็นปีของการทำงาน ก่อนการแต่งงานจะเริ่มต้น เป็นปีที่ฉันไม่ได้อยู่คนเดียว เดินทางคนเดียวตามใจ แต่เป็นปีของชีวิตสองคนที่ผูกพันตกลงใจเป็นหนึ่ง เราเริ่มจากงานสวน นอนในแบคแพคเกอร์ ทำงานสวนที่อัพแอนด์ดาวน์เรื่องซีซั่นมาสองเดือนก่อนตกลงใจเดินเข้าเมือง ณ ตอนนี้ที่อยู่เมลเบิร์น นอนอยู่ในบ้านแชร์กับใครต่อใคร ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยทำ (คืออยู่ที่ไหนยาวๆ ฮะๆ)
เรื่องราวมากมายเกิดขึ้น เพื่อนมากมายสารพัดชาติที่ได้พบเจอและผูกพันระหว่างทาง (เดี๋ยวจะเขียนให้อ่านในบทต่อๆไปนะจ๊ะ) ณ ตอนนี้ได้พบเจอน้องๆหลายคนที่มาพบปะกันอีกครั้ง ได้แลกเปลี่ยนข่าวสารรู้ข่าวคราวมากมาย ทั้งสมหวังและผิดหวัง น่ายินดีและเสียใจ
แต่ที่รู้สึกเสมอมาคือขอบคุณในมิตรภาพดีๆที่มีให้กันตลอดมาค่ะ
03 01 10

KoyGirl
said:
|
... internship ก้อยได้คุมโปรแกรม original for a day กะ indigenous แหละพี่เกฟ นักแสดงเป็น aborigins แท้ๆเลย อยากบอกว่ามันดูมีมนต์ขลังมากๆเลย เค้ามีการเเสดงแบบให้พรด้วยนะ เค้าถือว่าเป็นการต้อนรับสำหรับคนที่มาเยือนออส (บางคนยังให้ความนับถึอชนเผ่านี้ว่าเป็นเจ้าของประเทศอยู่) |
|
Game
said:
|
... สู้ๆกันไป ปล.เข้ามาขอบคุณมิตรภาพดีๆด้วย อิอิ ปล.สองได้ติดต่อกับบริษัทที่หาอินเทินชิพให้ก้อยไว้ด้วยเแหละ เผื่อใครอยากฝึกงานแบบก้อยบ้าง |
|
cake
said:
|
... พี่เกฟเขียนหนุกดี เขียน episode ต่อไปด้วยนะจ้ะ ..อ่านแล้ว ก็แอบเตรียมใจเรื่องงานนะคะ คงไม่ได้หากันง่ายๆ |
|
Isabela
said:
|
To my mind My regards to the authour for the article. Forum users recommended me use http://www.filecatch.com/trends/kr/26-08-2010.html and this is really very convenient. try yourself! |
|




